ลองทำ ทาร์ตมันม่วง ขนมชื่อดังจากโอกินาว่า ด้วยวัตถุดิบจากร้านสะดวกซื้อ 0 11

ทาร์ตมันม่วง

คราวที่แล้วทำ ข้าวแกงกะหรี่วาฬยิ้มสู้ ด้วยการดัดแปลงจาก ข้าวแกงกะหรี่ทงคัทสึมันม่วงไปแล้ว เรามาต่อด้วย การดัดแปลงวัตถุดิบจาก Family Mart ให้เป็นขนมสไตล์โอกินาว่า กันบ้างดีกว่าแม้ยังไม่เคยไป โอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น เลยสักครั้งในชีวิต แต่จากที่ค้นกูเกิลดู ขนมที่นิยมซื้อกลับเป็นของฝาก ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมันม่วง และที่นิยมกันมากก็คือ “ทาร์ตมันม่วง” นั่นเอง ช่วงนี้ Family Mart เขาขายสินค้ามันม่วง ที่ได้แรงบันดาลใจจากหมู่เก่าโอกินาว่า ก็เลยลองเอา วัตถุดิบจากใน Family Mart นี่แหละ มาดัดแปลงมาทำเป็น ทาร์ตมันม่วง ลองดูสิ ทำแล้ว ออกมาจะอร่อยแค่ไหน แล้วหน้าตามันจะเหมือนของที่เขาขายไหมน้อ…

เทียบ ทาร์ตมันม่วง ของแท้จากญี่ปุ่น กับที่ลองทำเอง

ทาร์ตมันม่วง

วัตถุดิบ ทาร์ตมันม่วง

1. มันม่วงต้มขิง Fami 5 ถ้วย ได้มันประมาณ 320 กรัม
2. ขนมปังแซนด์วิชมันม่วง Fami 1 ซอง
3. น้ำตาล 20 กรัม
4. ไข่ไก่ 2 ฟอง
5. เนยเค็ม 35 กรัม
6. เกลือ
7. วิปปิ้งครีม 35 กรัม
8. มะพร้าวแห้งขูด (โรยหน้า)
9. ผงอบเชย

วัตถุดิบ ตั้งแต่ข้อ 1- 6 มีขายที่ Family Mart

ขั้นตอนการทำ ทาร์ตมันม่วง

ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากอะไรมาก เพราะเราไม่ต้องไปนึ่งมันแล้ว เพราะใช้มันม่วงต้มขิง แกะกล่องมาใช้แทน ส่วนน้ำตาลมีลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง เพราะมันต้มขิง หวานอยู่แล้ว

1. เราใช้ทางลัด ไม่ต้องทำแป้งทาร์ต ใช้ขนมปังมันม่วงที่ซื้อสำเร็จมากนี่แหละ ง่ายดี เอา
ขนมปัง มาตัดให้พอดีกับพิมพ์ทำขนม อันนี้ใช้พิมพ์ 2 แบบ กดขนมปังให้แนบไปกับพิมพ์ ให้ขนมปังแบนติดพิมพ์ไปเลย

2. เรียบร้อยแล้วก็ตัดขอบให้สวยงาม แต่อย่าชิดมากนัก เพราะขนมปังจะหดอีกเล็กน้อย เอาเข้าเตาอบ แต่พอดีไม่มีเตาอบ เลยใช้เตาลมร้อนแทน อบประมาณ 15 นาที ก็จะได้ตัวฐาน ที่แห้งกรอบ

3. ระหว่างรออบขนมปัง ก็มาปั่นมันม่วง กับเครื่องปั่น ให้เนื้อเนียน แต่จากที่ลองทำแล้ว มันเนียนไม่เนียนเท่าใช้มันบี้ผ่านตะแกรง ดังนั้นใครจะเอามันบี้ผ่านตะแกรงเลยก็ได้


4. เอามันที่ปั่นแล้ว เข้าเวฟ ให้ร้อน
5. ใส่เนย และน้ำตาลขณะที่มันยังร้อนอยู่ เพื่อให้ส่วนผสมละลายเข้ากันได้ดี น้ำตาลไม่ได้ใส่เยอะเพราะมันมันหวานอยู่แล้ว

6. ตอกไข่เฉพาะไข่แดงไป 1 ฟองครึ่ง (อีกครึ่งฟองให้เก็บไว้ เดี๋ยวใช้ต่อ)

7. ใส่วิปปิ้งครีมลงไป คนให้เข้ากัน พักส่วนของไส้มันม่วงไว้ให้เย็น

8. ใส่ผงอบเชย เกลือ อันนี้ตามชอบเลย อบเชยเพิ่มความหอมของขนม


9. พอดีตอนทำ เนื้อมันไม่เนียน ได้คำแนะนำจากพี่สาวว่า ให้บดผ่านตะแกรง เนื้อเนียนนุ่มขึ้นเป็นกองเลย

10. ใส่ไส้ลงไปในถุงพลาสติก ที่สวมหัวบีบแล้ว
11. บรรจงบีบไส้ ลงฐานขนมปังกรอบที่เราอบไว้


12. นำไข่แดงที่เหลืองผสมน้ำเล็กน้อย อย่าให้ไข่แดงข้นมาก (นี่ไม่รู้ตอนแรก ขนมเลยดูดีไหม้หน่อย)


13. เอาไปอบอีกรอบ ไม่ต้องนานมากนัก
14. ทาน้ำผึ้งที่อุ่นให้ร้อนที่บริเวณหน้ามัน
15. โรยมะพร้าวขูด

หมายเหตุ  : ของญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม เขาจะไม่มีส่วนผสมของมะพร้าว แต่นี่ได้ไอเดีย จากที่ได้ลองชิม แซนด์วิชมันม่วงมะพร้าวอ่อน ของ Family Mart แล้วติดใจ รู้สึกกว่ามะพร้าวมันเข้ากันกับ รสชาติมันหวานได้ดี เลยเอามาประยุกต์เข้าไป ให้ถูกปากคนไทยอย่างเราๆ มากขึ้น

16. เรียบร้อยแล้ว หน้าตาก็จะออกมาประมาณนี้ ทำมาสองแบบเลย แบบทรงยาวรี กับทรงถ้วย หน้าตาพอสู้กับ ของต้นฉบับเขาได้ไหมหละ

พอดีลองทำครั้งแรก ก็เลยมีการลองผิดลองถูก ซึ่งได้ข้อสรุปอย่างแรกเลยก็คือ มันที่สุกแล้ว เอามาบดกับตะแกรงตั้งแต่แรกเลยก็ดี ไม่ต้องไปปั่น เพราะจะได้เนื้อสัมผัสเนียมกว่า และใครอยากให้หน้าสีม่วงสวย เหมือนของที่ขายที่โอกินาว่า ก็ไม่ต้องทาไข่แดง และน้ำผึ้งก็ได้ บีบเสร็จก็ทานได้เลย ส่วนอบเชย ใครไม่มีไม่ต้องใส่ก็ได้ เพราะสูตรนี้ มันหอมกลิ่นขิง อยู่แล้ว

สุดท้ายก็เอาให้ที่บ้านชิม ทุกคน ก็บอกว่า อร่อย หอม หวาน มัน จากรสมัน มีกลิ่นหอมของขิงกับอบเชย ความมัน ก็มาจากเนย นม ไข่ ที่เพิ่มเติมคือกลิ่นมะพร้าวที่เสริมทั้งรส เสริมทั้งกลิ่น

ทาร์ตมันม่วง เป็นเมนูทำได้สนุกๆ วัตถุดิบก็หาไม่ยาก เพราะซื้อเอาจากร้านสะดวกซื้อ ที่เป็นทางลัด ลดขั้นตอนยุ่งยาก อย่างการทำแป้งทาร์ต และไม่ต้องเสียเวลานึ่งมัน เอาไว้เป็นเมนู ให้คนที่รัก ที่ชอบได้ทานกัน  #อย่าให้คำว่าสิ้นเดือนมาบงการเมนูอาหารของเรา #EndMonthAtFamilyMart

Previous ArticleNext Article
ชนเผ่าสุขนิยม ชอบตระเวณกินร้านอาหาร เที่ยวไปเรื่อย ลองหากิจกรรมทำได้ตลอด และชอบที่จะแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสมา

แกะกล่องลองชิม รีวิว โตเกียวบานาน่า เวอร์ชั่นแป้งพายกรอบ 0 4

โตเกียวบานาน่า อันแสนโด่งดัง ที่ใครไปญี่ปุ่น ที่เมืองโตเกียว ก็ต้องซื้อกลับมาเป็นของฝาก แต่ โตเกียวบานาน่า (Tokyo Banana) ไม่ได้มีแบบแป้งขนมไส้กล้วยอย่างเดียวนะ ยังมีอีกหลายรส หลายแบบเลย หนึ่งในแบบที่ผมชอบก็คือ ขนมโตเกียวบานานาแบบพายกรอบ (Tokyo banana pie) นั่นเอง

วันนี้เลยมาแกะกล่อง ลองชิม รีวิว โตเกียวบานานาแบบพายกรอบ กัน จริง ๆ แล้วกล่องมันห่อด้วยกระดาษ ลายกล้วยสีเหลืองสวยเลย แต่ไม่รอดที่บ้าน จัดการแกะไปกิน ก่อนได้ถ่ายรูป เลยขอใช้รูปจากเว็บผู้ผลิต มาแปะแล้วกัน ว่ากล่องหน้าตาประมาณนี้ รูปเล็กหน่อย เพราะที่เว็บเขามีแต่รูปเล็ก

tokyu-banana-pie-1tokyu-banana_pie_main
ตามสไตล์ขนมญี่ปุ่น ผู้ไม่รักษ์โลกร้อน ล้อเล่น… คือเขาต้องการรักษาคุณภาพของขนมให้มากที่สุด ก็เลยแยก ขนมแต่ละชิ้นไว้ในซอง ใสอย่างที่เห็น หนึ่งกล่องมี 15 ชิ้น

tokyu-banana-pie-3
เวอร์ชั่นแป้งพายนี้ สำหรับคนชอบ ขนมกรุบ ๆ กรอบ ๆ หรือเบื่อขนมโตเกียวบานาน่าแบบเดิมๆ  แล้ว เขาจะทำแป้งพาย ในรูปกล้วยนั่นเอง ความยาวก็ประมาณฝ่ามือเรานี่แหละ กลิ่นขนมจะได้กลิ่นของแป้งพายหอม ๆ ที่เคล้ากับเนย เคี้ยวไปแล้วจะค่อยได้กลิ่นกล้วยตามมา เหมาะสำหรับคนไม่ค่อยกลิ่นกล้วยแรง ๆ ความหวานนั้น บอกเลยไม่หวานแหลม หวานแบบสุขภาพอ่อนโยน แบบคนญี่ปุ่น แต่ความกรอบนี่ ก็บางแต่กรอบกำลังเคี้ยวเพลินเลย ถามว่าชอบไหม ตอบได้เลยชอบมากกว่า ขนมโตเกียวบานาน่า ต้นตำรับ ที่เป็นเนื้อขนมเค้กสอดไส้กลิ่นกล้วย ซะอีก

ขนมไหว้พระจันทร์ เชียงการีลา ปี 2558 0 5

 

ขนมไหว้พระจันทร์ แข่งกันมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้แข่งกันที่ มีไส้แปลกใหม่อย่างเดียว ก็ยังแข่งกันเรื่อง กล่องขนมไหว้พระจันทร์ด้วย ปีนี้ ที่บ้านซื้อของ ภัตตราคารเชียงการีลาเหมือนเดิม กล่องแปลกตาดี เป็นเทพสักองค์ แฮะ ๆ ไม่รู้หรอกว่าเป็นเทพองค์ไหน ขนมไหว้พระจันทร์ใส่ในกล่องพลาสติกสีทอง ทรงหยดน้ำ เรียกว่าฉีกรูปแบบเดิม ที่เป็นกล่องสีเหลี่ยม ทานขนมเสร็จ เอาไปประดับได้ด้วย ไอเดียดีไม่ใช่เล่น

mooncake-2015-inboxตำนานเทศกาลไหว้พระจันทร์ และขนมไหว้พระจันทร์

เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Moon Festiva) เป็นเทศกาลตามวัฒนธรรมจีนที่มีขึ้นในกลางฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว จะมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ (กันยายนตามปฏิทินสากล)

ในเทศกาลนี้ ชาวจีนจะเฉลิมฉลองด้วยการไหว้ดวงจันทร์ในเวลากลางคืน ในบางประเทศ เช่น ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์ หรือเวียดนาม จะจัดเป็นประเพณีใหญ่ มีการเฉลิมฉลองด้วยโคมไฟสีแดง เป็นสีสันยามค่ำคืน หรือบางแห่งอาจมีการเชิดมังกร ทั้งนี้จะมีชื่อเรียกต่างกันออกไปตามแต่ท้องถิ่น

นอกจากนี้แล้ว ยังมีขนมชนิดหนึ่ง เรียกว่า “ขนมไหว้พระจันทร์” (月饼) ที่มีสันฐานกลมคล้ายขนมเค้ก ทำจากแป้ง มีไส้ต่าง ๆ เป็นธัญพืช ใช้เซ่นไหว้และรับประทานกันจนเป็นเอกลักษณ์สำหรับเทศกาลนี้

ที่มาของเทศกาลนี้ เกี่ยวกับเทพปกรณัมจีนที่เล่าถึง เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ที่ชื่อ “ฉางเอ๋อ” (嫦娥) ซึ่งเป็นหญิงคนรักของโฮวอี้ นักยิงธนูแห่งสวรรค์ ที่ใช้ธนูยิงดวงอาทิตย์ตกลงไปถึง 9 ดวงจากทั้งหมด 10 ดวง ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนบัญชาสวรรค์ จึงโดนลงทัณฑ์ให้ไปใช้ชีวิตธรรมดาเช่นมนุษย์ทั่วไปบนโลกมนุษย์กับฉางเอ๋อ แต่แล้วโฮวอี้ก็ถูกคนสนิททรยศฆ่าตาย ส่วนฉางเอ๋อนางได้ดื่มน้ำอมฤตเพื่อที่จะมีชีวิตอมตะ แล้วเหาะกลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งตามลำพังด้วยความเศร้าสร้อย ในยุคของฮั่นเหวินตี้ (漢文帝) แห่งราชวงศ์ฮั่น ได้ทรงพระสุบินว่า พระองค์ลอยขึ้นไปเที่ยวชมพระราชวังบนดวงจันทร์ และได้พบกับฉางเอ๋อกำลังร่ายรำอยู่อย่างงดงาม ในสุบินนั้น พระองค์ทรงเพลิดเพลินและเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งเมื่อตื่นพระบรรทมและโปรดให้สุบินนั้นเป็นความจริง จึงมีรับสั่งให้นางสนมแต่งตัวและร่ายรำเลียนแบบเทพธิดาฉางเอ๋อที่พระองค์ได้พบเจอมา จนแพร่หลายไปสู่ราษฎรและเป็นประเพณีมา ซึ่งในอดีต ชาวจีนโดยเฉพาะหญิงสาวจะสวดขอพรจากฉางเอ๋อเพื่อที่ขอให้มีความเยาว์วัยและงดงามตลอดไปดุจดั่งนาง

นอกจากนี้แล้ว ยังมีอีกตำนานหนึ่งที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ขณะที่ชาวฮั่นถูกปกครองอย่างกดขี่จากชาวมองโกล (ราชวงศ์หยวน) ได้มีการก่อกบฏขึ้นของชาวฮั่น ด้วยการแอบส่งสาสน์บอกต่อ ๆ กันในไส้ขนม ความว่า คืนนี้เมื่อเวลายาม 3 ให้ทุกบ้านจัดการสังหารทหารมองโกลให้หมด อันเป็นที่มาของขนมไหว้พระจันทร์

 

ที่มา : Wikipedia