พาเที่ยว Central Westgate มหานครแห่งการช้อปปิง แห่งใหม่ ย่านบางใหญ่ นนทบุรี 0 4

เปิดตัวเรียบร้อยแล้ว เซ็นทรัลเวสต์เกต (Central Westgate) ห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ในเครือเซ็นทรัล จริงๆ  เป็นเรียกห้าง อาจจะไม่ได้ น่าจะเป็นมหานครแห่งการช้อปปิงเลยทีเดียว เพราะพื้นที่ใหญ่ มีทุกอย่างครบครัน ทั้งห้างเซ็นทรัล, โรงหนัง, โรง IMAX, ฟิตเนสเวิร์จิน และร้านเฟอร์นิเจอร์เจ้าใหญ่ IKEA (อันนี้จะเปิดในอนาคต)

central-westgate-review-41gizmo ก็ขอไปตัดริบบิ้นห้างใหม่ Central Westgate แห่งนี้กับเขาด้วยคน ฝ่ารถติดแถว ๆ นั้นเกือบชั่วโมง ก็เจอกับมวลมหาประชาชน หลั่งไหลเข้ามาร่วมตัดริบบิ้นกัน จากห้างที่ดูใหญ่ ๆ ดูแออัด เหมือนงานกาชาด หรืองานแฟร์ กันเลยทีเดียว จะทยอยให้ชมกัน ในหลายๆ ส่วน สำหรับเตรียมการไปเดินเที่ยว ห้างแห่งใหม่ ในสยามประเทศแห่งนี้

 หมายเหตุ  : บทความนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี เนื่องจากข้อมูลค่อนข้างเยอะ จะมีการอัพเดตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

กว่าจะถึงรถติดหนักมาก

central-westgate-review-48ขับรถไปประมาณ บ่าย 3 กว่า ๆ ระหว่างทางวิ่งเส้น ราชพฤกษ์ เข้าบรมราชชนนี ก็วิ่งได้เรื่อย  ๆ แต่มาถึงฝั่งตรงข้าม เซ็นทรัลเวสท์เกต เท่านั้นแหละ รถเริ่มเคลื่อนตัวช้า กว่าจะได้กลับรถ รถติดเป็นกิโล กลับมาก็ติดแบบ ขยับทีละนิด ๆ กว่าจะได้เข้าห้าง ก็ติดเกือบชั่วโมง เพียงแค่กลับรถเพื่อเข้าห้าง

อาคารจอดรถ เซ็นทรัลเวสต์เกต
อาคารจอดรถ เซ็นทรัลเวสต์เกต

พอเข้าห้าง รถก็เยอะมาก แต่โชคดี ที่เข้ามามีคนออกพอดี ก็เลยไม่ต้องวนหาให้เหนื่อย ทางห้างก็มีที่จอดรถเป็นอาคารแยกเลย คล้าย กับที่ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

ความรู้สึกแรกกับ Westgate

Central Westgate นั้นอยู่ชานเมือง ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ เขาก็จัดเต็มพื้นที่ทั้งตัวห้าง แต่มีเพียง 4 ชั้น (แค่เดินแต่ละชั้นเดินวนครบก็เมื่ออยู่) เข้ามาแล้ว รู้สึกอารมณ์คล้าย ๆ Mega Bangna อยู่เหมือนกัน เพราะเป็นห้างใหญ่ และจำนวนชั้นใกล้เคียงกัน ผังของตัว Central Westgate นั้น จะเป็นแนวครึงวงรี ดังนั้น ห้างรวงเรียงกันเป็นทางตรง ไม่หลง ส่วนตัว Mega Bangna เดินหาห้างต่าง ๆ หลงง่ายกว่า

ตอนแรกคิดว่า จะเปิดแบบ soft opening คือตัวห้างเสร็จแค่บางส่วน บางโซนยังกำลังตกแต่งอยู่ แต่ไปถึง ตัวห้างพร้อมบริการทุกอย่างแล้ว โซนต่างๆ  เรียบร้อย ไม่เห็นจุดก่อสร้างเลย จะมีส่วนของ IKEA ที่ยังไม่เปิด แต่ก็มีการปิดผนังไม่เห็นส่วนนี้ เรียกว่าวันที่ 28 สิงหาคมนี้ เปิดเต็มรูปแบบเลยทีเดียว โรงหนัง, ร้านอาหาร, ห้าง และร้านค้า พร้อมบริการ

Westgate มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

central-westgate-col1

  • Doraemon Comic World อาณาจักรพี่ม่อน สำหรับน้อง ๆ และผู้ใหญ่หัวใจเด็ก
  • จุดถ่ายรูป ที่ไม่ซ้ำกับใคร ทั้งยีราฟยักษ์, ต้นไม้แสงสี Tree of Life
  • Westgate Cineplex ที่มีทั้งโรงหนัง 4DX, IMAX และโรงหนังปกติ บริหารโดย Major Cineplex
  • ฟิตเนส Virgin Life
  • ที่นี่รักเด็ก ไม่ว่าส่วนไหน จะมีโซนสำหรับเด็ก ทั้งห้องน้ำในตัวห้าง หรือแม้แต่ในโรงหนัง และมี play ground ให้เด็กเล่น อีกหลายจุด
  • ห้าง Central, B2S, Power Buy, ศูนย์สอนภาษา และเรียนหนังสือ
  • IKEA (ยังไม่เปิด)

ตัวอาคาร การออกแบบ

central-westgate-review-30ตัวอาคาร เน้นโปร่ง โล่ง สบาย ใช้สีขาวเป็นหลัก ในแนวโค้งมน ใช้การเล่นลวดในตัวอาคารเอา ก็คล้าย ๆ ยำ Central Embassy มารวมกับ Mega Bangna ประมาณนั้น วันที่ไปเป็นวันเปิดตัว คนเยอะมาก ๆ แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือ เดินเบียบแต่เหงื่อไม่แตก คือไม่ร้อนอบอ้าวเลย น่าจะเป็นเพราะความโปร่งโล่งของตัวหน้า ด้านบนเป็นหลังคายกสูง และใช้แสงธรรมชาติให้ความสว่างในตัวห้าง

 

นอกจากนั้น ยังแยกโซนต่าง ๆ เอาไว้เป็นสัดส่วนชัดเจน ตั้งแต่แรก อย่างเช่นโซนธนาคาร อยู่ชั้นสาม, โซนโรงหนัง และฟิตเนส, โซนสินค้าไอที มือถือ สมาร์ทโฟน ที่ชั้นสอง

ขาถ่ายรูป เซลฟี่ อัพโซเชียล มาเลย

ใน Central Westgate เขาจัดเต็มสำหรับขาถ่ายรูป เรียกว่าที่นี้ แชะ ช้อป แชร์ ได้ครบเลย ในหลายๆ  จุด ก็ทำพื้นที่สีเขียว (หญ้า และต้นไม้ปลอม) เป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ ให้แวะพักนั่งเล่น ระหว่างทาง ก็จะมีจุดสนใจ ไล่ตั้งแต่ rainbow bride ที่วิบวับเปลี่ยนภาพตลอดเวลา,  ตุ๊กตาเป่าลมยีราฟสีฟ้าสูง 3 ชั้น, ต้นไม้ Tree of life (คุ้น ๆ เคยเห็นที่ สิงคโปร์นะ 555) และโซนบอลลูน ลูกป่อง (อันนี้จัดเป็นเทศกาลพิเศษ) ที่รับรองเด็กเล็ก ต้องชอบ ใครมากับครอบครัว เดินเล่นในห้าง เฉย ๆ ก็หมดวันเอาง่าย ๆ

ใครไปแชะ อัพโหลดขึ้นโซเชียล ก็ใส่ hashtag #ชีวิตใหญ่มาก อวดชาวโลกกันได้เลย ใครอยากรู้ว่า จุดถ่ายรูปอยู่ตรงไหนบ้าง คลิกที่นี่

แหล่งรวมร้านอาหาร ในที่เดียว

 

central-westgate-col2พื้นที่ใน westgate นี้มีร้านอาหารอยู่มากมาย เรียกว่ารวมร้านอาหารดัง ๆ ที่มีอยู่ในกรุงเทพ มาไว้ที่นี่ ทั้ง MK Restaurant, Zen, Fuji, Bar-B-Q Plaza และอีกสารพัด มีอาหารครบทั้งอาหารไทย อาหารใต้ อาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่ง สเต็ก อาหารเกาหลี ปิ้งย่าง บุฟเฟ่ต์ ก็มีหมดเลย แต่อาจจะขาด ร้านอาหารใหม่ ๆ ที่มาเปิดที่แรกในนี้ นั้นเท่าที่สำรวจยังไม่เห็น แตกต่างจาก ที่ Mega Bangna  ที่จะมี คาเฟ่ สนูปปี้ หรือจะมีร้านอาหารแนวกินดื่ม สำหรับที่ westgate จะไม่มีพวกนี้ ดูเน้น สำหรับครอบครัวเป็นหลักมากกว่า หรือร้านอาหารหรูหรา อลังการ ก็ไม่มีที่นี่ เน้น ร้านอาหารที่เป็นที่รู้จัก และจำนวนร้านอาหารเยอะมากกว่า

Westgate รักเด็ก

central-westgate-review-50

ที่นี่ ในแต่ละที่จะมีโซน สำหรับเด็กให้บริการอยู่ ทั้งที่เป็นเครื่องเล่น หรือที่ถ่ายรูป แม้กระทั่ง ห้องน้ำ ของที่นี่ก็จะมีโซน ห้องน้ำสำหรับน้องหนู แยกออกจากห้องน้ำ ปกติ ดังนั้น คุณพ่อพาคุณลูกสาว ไปห้องน้ำได้อย่างไม่เขอะเขิน หรือแม้แต่ในโรงหนัง ก็มีห้องน้ำสำหรับเด็กเช่นกัน

การเดินทางไป Central Westgate

Central Westgate ตั้งอยู่บนถนนใหญ่ ทางออกไปจากกรุงเทพฝั่งตะวันตก ไปยังจังหวัดข้างเคย ในอนาคตก็จะมีไฟฟ้า สายบางใหญ่ วิ่งผ่านหน้าห้างเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีวงแหวน รอบนอกรองรับอีก ดังนั้นนอกจากคนกรุงเทพ ปริมณฑล อย่าง นนทบุรี แล้วก็คนจังหวัดใกล้เคียง อย่างนครปฐม อยุธยา สุพรรณบุรี อยากมาเดินห้างใหญ่ ก็ไม่ไกลอีกต่างไป แม้ตอนนี้รถไฟฟ้าจะยังไม่เปิด แต่ก็มีรถเมล และรถตู้ผ่านหลายสายเลยทีเดียว แต่การเดินทางด้วยรถส่วนตัว น่าจะสะดวกที่สุดในช่วงนี้

คลิกทีนี่ สำหรับ แผนที่ เส้นทาง พิกัดดาวเทียม และกูเกิลแมพ เดินทางไป Central Westgate

ข้อมูลเพิ่มเติม Central Westgate

Previous ArticleNext Article
ชนเผ่าสุขนิยม ชอบตระเวณกินร้านอาหาร เที่ยวไปเรื่อย ลองหากิจกรรมทำได้ตลอด และชอบที่จะแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสมา

เมื่อ Major Cineplex คิดจะทำบัตร Movie Pass ดูหนังไม่อั๋น สูตรเดียวกับเมืองนอก มันจะเวิร์คไหม? 0 1

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ใครเป็นสมาชิก M-Gen (ระบบสมาชิกสะสมแต้มของเครือโรงหนังเมเจอร์) คงได้รับอีเมล สอบถามความคิดเห็นกับ บัตร Movie Pass บัตรสำหรับไว้ดูหนังไม่อั้น โดยจ่ายเป็นรายเดือนกันไปแล้ว โดยแนวคิดนี้ เมเจอร์ไม่ได้คิดเอง แม้เมืองไทยจะเป็นเจ้าพ่อบุฟเฟ่ต์ในทุกสิ่ง แต่ MoviePass นำรูปแบบมาจากต่างประเทศ โดยคนร่วมก่อตั้ง Netflix ที่เพิ่งเปิดบริการรูปแบบนี้ไม่นาน แต่ก็เรียกว่าเมเจอร์เป็นเสือปืนไวจริงๆ SF Cinema ยังไม่ขยับอะไรในเรื่องนี้

จุดกำเนิด Movie Pass บัตรดูหนังสไตล์บุฟเฟ่ต์

บัตร MoviePass บัตรดูหนังไม่อั้นไม่จำกัดจำนวนเรื่อง โดยเหมาจ่ายเป็นรายเดือน รูปแบบนี้ฟังดูแล้วก็จะคุ้นๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบดูหนัง ดูซีรีย์ ออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือ และแท็บเล็ต เพราะมันช่างคล้ายกับบริการ Netflix ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะคนคิด MoviePass นั้นไม่ใช่อื่นคือ Mitch Lowe ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix และเป็นอดีตประธานบริษัท Redbox (บริการเช่าหนังแผ่น DVD Blu-ray ผ่านตู้อัตโนมัติ)

Lowe ไม่ได้เป็นคนคิดบัตรสไตล์ดูหนังไม่อั้น เป็นคนแรก บัตรแบบนี้ มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2011 แต่ราคามันไม่ดึงดูด และมีข้อจำกัด อย่างดูได้เพียง 2 เรื่องต่อเดือน ก็เลยไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก Lowe ทราบจุดนี้ด้วยประสบการณ์จาก Netflix เขาจึงตั้งราคา Movie Pass ไว้ราคาที่ทุกคนอยากจะคว้าไว้ นั่นก็คือ $9.99 ต่อเดือน หรือประมาณ 350 บาทต่อเดือน และดูได้ไม่จำกัดจำนวน ซึ่งถือว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับราคาตั๋วหนังในสหรัฐ ที่เฉลี่ยอยู่ที่ $8 – $9 นั่นก็คือ ถ้าดูหนังสักเรื่องในเดือนนั้น ก็ถือว่าเท่าทุนแล้วนั้นเอง

โมเดลธุรกิจนี้ ดูไปแล้วก็ไม่ต่างกับบริการสมาชิก Netflix ที่เปิดให้ดูหนังไม่อั้น ด้วยการจ่ายราคาเหมา แต่ย้ายจากหน้าจอมือถือ แท็บเล็ตมาเป็น โรงหนัง ซึ่งด้วยราคานี้ก็หาสมาชิกให้ได้เป็นจำนวนมาก ไม่เช่นนั้นก็ขาดทุนเอาง่าย ๆ เพราะทาง MoviePass จ่ายค่าตั๋วราคาเต็มให้กับทางโรงหนัง แต่ในช่วงแรกก็มีได้รับเสียงตอบรับที่ดีจาก นักดูหนัง แต่ก็มีข่าวที่สั่นคลอนอยู่บ้าง อย่างโรงหนัง AMC ที่เป็นเชนโรงหนังที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ก็ออกมาประกาศว่า จะถอนตัวจาก MoviePass ในอนาคต และ AMC มองว่า รูปแบบการจ่ายเงินตีตั๋วเข้าโรงหนังแบบเหมาๆ นี้ไม่ยั่งยืน

ธุรกิจนี้จะไปรอดหรือเปล่าก็คงต้องดูกันอีกสักพัก เพราะบริการนี้ก็เพิ่งเปิดให้บริการต้นเดือนนี้เอง

รูปแบบบัตร Movie Pass

Movie Pass

  • ไม่จำกัดจำนวนเรื่อง ดูได้ทุกวัน แต่ในหนึ่งวันดูได้เพียง 1 เรื่อง
  • ครอบคลุมกว่า 90% ของโรงหนังทั้หงมดในสหรัฐ ไม่แบ่งค่าย
  • เฉพาะหนังในโรงปกติ ไม่รวม 3 มิติ, IMAX, 4DX
  • จองตั๋วได้ง่ายผ่าน แอพพลิเคชั่นผ่านมือถือ แล้วก็เป็น e-ticket เข้าดูหนังได้เลย

เมื่อ Movie Pass มาเมืองไทย

ตอนนี้เท่าที่ทราบ บัตร Movie Pass อาจจะมาไทย โดย Major Cineplex ซึ่งยั่งเชิง ด้วยการส่งอีเมลไปยังสมาชิก M-Gen ซึ่งเป็นฐานสมาชิกนักดูหนังตัวยงของเมเจอร์อยู่แล้ว เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับ MoviePass ที่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนมากนัก แต่จากข้อมูล ในแบบสอบถามนั้น เมเจอร์น่าแบ่งสมาชิก เป็น 3 ราคา ตามราคาตั๋วของโรงหนัง คือ 200 บาท สำหรับโรงหนังในบิ๊กซี โลตัส ในต่างจังหวัด 400 บาท สำหรับโรงหนังตามห้างในกทม และโรงหนังชั้นดีในต่างจังหวัด 500 บาท สำหรับโรงหนังพรีเมี่ยมในตัวเมืองอย่างเช่น พารากอนซิเนเพล็กซ์, ควอเทียร์ซิเนอาร์ท เป็นต้น

ความแตกต่างของ Movie Pass นอก และไทย

เนื่องจากรายละเอียด ของ MoviePass ในไทย ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่พอจะรวบรวมได้คร่าวๆ ซึ่งอาจจะมีเปลี่ยนแปลงก็ได้ ก็จะมีดังนี้

1. จำกัดอยู่เฉพาะเครือโรงหนัง

เนื่องจาก บัตร MoviePass ไม่ได้ออกโดย ตัวแทนอิสระ แต่มาจากทางค่ายโรงหนัง ดังนั้นจะต้องจำกัดในเครือ เรียกว่าครอบคลุม ต่างจากของเมืองนอก ที่บริหารจัดการโดย บริษัทอิสระ จึงมีครอบคลุมโรงหนังในสหรัฐ เกือบทั้งประเทศ

2. มีหลากหลายราคา

รูปแบบ MoviePass ของ ​Major นั้นมีแนวคิดจะแบ่งตามเกรดโรงหนัง ที่โฟกัสไปที่ค่าตั๋ว ดังนั้นความสะดวกในการเลือกชมโรงหนัง ก็ลดน้อยลงไปอีก นอกจากต้องอิงตามเครือโรงหนังแล้ว

  • 500 บาท สำหรับโรงหนังพรีเมี่ยม
  • 400 บาทสำหรับโรงหนังในห้าง (กทม)
  • 300 บาทสำหรับโรงหนังต่างจังหวัดชั้นดี
  • 200 บาท สำหรับโรงหนังในบิ๊กซี โลตัส (ในต่างจังหวัด)

3. ราคาไม่ถูกนัก

ราคา MoviePass ในสหรัฐนั้น ใช้ราคาเฉลี่ยของโรงหนังทั้งประเทศ คือ $9 (300 กว่าบาท) ซึ่งบัตรที่แพงที่สุดของไทย แพง ที่ราคา 500 บาท ($15) แพงกว่าของอเมริกาซะอีก ถ้าต้องการจะดูครอบคลุมทุกโรงในเครือเมเจอร์

4. คิดเป็นรายปี

รูปแบบสมาชิกไม่ได้เป็นรายเดือน แต่เป็นรายปี โดยคำนวนราคาให้เห็นเป็นต่อเดือน แต่ก็น่าจะมีทางเลือก คือแบ่งผ่อนชำระกับบัตรเครดิต ดังนั้นเลือกซื้อแล้ว ถ้าเกิดไม่พอใจบริการ หรือเกิดต้องเปลี่ยนแปลงที่อยู่กระทันหัน ก็ต้องมีปวดหัวแน่นอน

5. ออกโดยเมเจอร์

เครือเมเจอร์ เอาตรงๆ ขึ้นชื่อเรื่องความเยอะสิ่ง ข้อแม้ยุบยับ คงต้องดูกันอีกทีว่า เมเจอร์ จริงใจแค่ไหนในการออกบัตร สำหรับคนรักหนัง จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ดูได้ทุกวันไหม? เสาร์อาทิตย์ดูได้หรือเปล่า? หนังใหม่ชนโรงก็ดูได้ไหม? มีโควต้าต่อวัน ต่อโรงหรือเปล่า?

6. ส่วนลดค่าตั๋วในไทยมีทางเลือกมากมาย

ปัจจุบันนี้ คนดูหนัง ประจำ ก็มักจะใช้ส่วนลดพิเศษจาก ค่ายหนัง, บัตรเครดิต, ค่ายมือถือ, ประกัน กันอยู่แล้ว ซึ่งก็ลดค่าตั๋ว เหลือประมาณ 80 – 120 บาท ซึ่งคำนวนแล้ว ก็จะราคาพอๆ กับหนัง MoviePass แต่ข้อดีคือ เดือนไหนดูน้อยก็จ่ายน้อยลงได้ และจะเลือกดูโรงเครือไหนก็ได้

บัตร Movie Pass ของ Major จะขายใคร?

จาก ผลสำรวจจากแบบสอบถาม ที่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิก M-Gen กว่า 10,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย 52% อยู่ในช่วงอายุ 23 – 39 ปี และเป็นนักดูหนัง ดูหนัง 21 เรื่องขึ้นไปต่อปี (ตกเดือนละประมาณ 2 เรื่องต่อเดือน) ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ กลุ่มลูกค้า แยกเป็นโรง 3 ประเภท ที่มีสัดส่วนไม่ต่างกันมากนัก

  • กลุ่มแรก กลุ่มโรงพรีเมี่ยม (พารากอน ซีนีเพล็กซ์, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต, เมกา ซีนีเพล็กซ์, พรอมานาด ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ เอกมัย)
  • กลุ่มโรงหนังแสตนอโลนด์ (เมเจอร์ รัชโยธิน, เมเจอร์ รังสิต, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, เอสพลานาด รัชดา, เอสพลานาด แคราย)
  • กลุ่มโรงหนังในห้าง (เซ็นทรัล ฟิวเจอร์พาร์ค แฟชั่นไอส์แลนด์ ซีคอน)
  • และยังมีกลุ่มโรงหนังในซุปเปอร์ โลตัส และ บิ๊กซี ที่มีอัตราส่วนเพียง 9%

ส่วนความสนใจนั้น ก็สนใจ 40% ถือว่าเกือบครึ่ง และยังไม่แน่ใจ อีก 30% ไม่สนใจ 20% เท่านั้น ถึงแม้บัตรจะแพงถึง 500 บาทต่อเดือน หรือ 6,000 บาทต่อปี ก็ตาม ส่วนใหญ่อยากจะผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน ผ่านบัตรเครดิต หรือหักบัญชีธนาคาร

ส่วนสาเหตุที่ไม่สนใจ MoviePass กว่าครึ่งคือ ราคาบัตรแพงเกินไป และตามด้วยต้องผูกมัดเป็นรายปี และไม่ได้ดูหนังบ่อยขนาดนั้น และมีกลุ่มที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนดู IMAX และ 4DX ที่ไม่ดูหนังปกติอยู่แล้ว ที่มีถึง18%

ผลกระทบที่อาจจะตามมา

ถ้าบัตรดูแบบเหมาจ่าย ออกมาจริงๆ โรงหนัง IMAX และ 4DX คงต้องประชาสัมพันธ์ให้หนักขึ้น เพราะใครที่ซื้อบัตรแบบนี้ไป ก็คงเลือกดูแบบ โรงปกติก่อนเป็นอันดับแรก  และคงเป็นสงครามแบ่งเครือโรงหนัง ชัดเจนมากขึ้นไปอีกระหว่าง Major และ SF เพราะบัตรคงผูกติดกับเครือโรงหนัง ซึ่ง SF มีจำนวนโรงน้อยกว่า และไม่ได้กระจายทั่วประเทศแบบ Major มองแง่ดีคือ หนังนอกกระแส หนังอินดี้ ก็อาจจะได้รายได้มากขึ้น จำนวนคนดูมากขึ้น เพราะจะมีส่วนหนึ่งที่อยากใช้บัตรให้คุ้มดูมันทุกเรื่อง และตัดสินใจดูง่ายขึ้น เพราะไม่ได้เสียเงินเพิ่มเติม ส่วนสิทธิพิเศษของค่ายมือถือ ก็จะง่อยไปทันที พวกส่วนลดค่าตั๋วหนังครึ่งราคา จาก true, dtac, ais ก็จะดูไม่น่าสนใจอะไรมาก แต่ค่ายมือถือ ก็อาจจะเปลี่ยนมาเป็นส่วนลดค่าบัตร MoviePass แทนก็ได้

เช็ค ราคาสินค้า ที่ LINE VILLAGE Store กันก่อนไปตะลุยช้อป ได้ที่นี่ 0 1

LINE VILLAGE Store ร้านขายสินค้าลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ LINE อย่างพี่หมี Brown, น้องกระต่าย Cony, สุดหล่อ James และไก่ Sally มากกว่า 2,000 อย่าง ไล่ตั้งแต่ ถุงเท้า หมอน เสื้อยืด ยันเครื่องประดับ มาเปิดให้บริการแล้ววันนี้ ในกรุงเทพ ประเทศไทย ที่ Siam Sqaure One ศูนย์การค้าใจกลางเมือง BTS สถานีสยาม งานนี้ไม่ต้องไปซื้อไกล ถึงเกาหลี หรือญี่ปุ่นแล้ว

ก่อนจะไปตะลุยช้อปปิ้ง สินค้า LINE ที่แสนน่ารักมุ้งมิ้ง ตะมุตะมิ ทั้งหลายแหล่ มาเช็คราคาสินค้ากันก่อน จะได้เตรียมเงินในกระเป๋า กันให้พอ จะได้ไม่พลาดสินค้าชิ้นโปรด ส่วนใครไม่สนราคาเท่าไหร่ ก็เช็คกันก่อนได้ว่า มีสินค้าอะไรขายบ้าง

รวม ราคาสินค้า ที่ LINE VILLAGE Store

อุปกรณ์สำหรับมือถือ และแท็บเล็ต

ราคาสินค้า ที่ LINE VILLAGE Store

กระเป๋าใส่แท็บเล็ต 965 บาท

กระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊ค ขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว  1,379 บาท 

กรอบใส่ไอโฟน สมาร์โฟน ราคาประมาณ 700 – 1,000 บาท ตามแต่แบบ

กระเป๋า

กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์ ใหญ่พิเศษ 865 บาท

กระเป๋าเป้สะพายหลัง 2,180 บาท (บน) กระเป๋าใส่กล่องอาหารสำหรับเด็ก 1,730 บาท (ล่าง)

กระเป๋าใส่เหรียญ 289 – 319 บาท

ตุ๊กตา

ตุ๊กตามีให้เลือกเยอะแยะมากมายจริง ๆ มีหลายไซส์ให้เลือกไปกอดนุ่มกันเลย

ตุ๊กตาไลน์ Rangers 900 บาท


ตุ๊กตาไลน์ Rangers 900 บาท

ตุ๊กตาไซส์กลาง 1,089 บาท

 

ตุ๊กตาคู่ หมี กระต่าย 1,119 บาท 

ตุ๊กตาหมีไซส์ใหญ่ 1,579 บาท

เครื่องเขียน สมุด

สมุดโน๊ต B5 100 บาท

ชุดสมุดโน๊ต 3,365 บาท มีทั้งหมด 5 เล่ม ถือเป็นสินค้าแพงอันดับต้น ๆ ในร้านเลย

ที่รองแก้วซิลิโคน 189 บาท  แปรงสีฟัน 385 บาท

ปากกาไลน์เฟรนด์ 115 บาท

ไลน์สติ๊กเกอร์ 165 บาท

ไลน์สติกเกอร์แบบใส 85 บาท

หมอน

หมอน 715 บาท 

หมอนรองคอ 579 บาท

เครื่องแต่งกาย

ถุงเท้า 160 – 195 บาท 

ยางรัดผม 210 บาท

ถ้วย แก้ว

แก้วกาแฟ 1,445 บาท

เครื่องประดับ

หมวดเครื่องประดับ ราคาก็แพงเป็นอันดับต้น ๆ ในร้าน อย่าง สร้อยคอคริสตัล 1,700 บาท สร้อยคอหัวใจ 2,500 บาท สร้อยข้อมือ 3,110 บาท สร้อยข้อมือหัวใจ 2,860 บาท

ของใช้จิปาถะ

กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์ ใหญ่ 610 บาท ร่ม 710 บาท

กระเป๋าไลน์ผ้าไนลอนพับได้ 580 บาท ป้ายแขวนกระเป๋าเดินทาง 385 บาท ไลน์กระเป๋าเป้สะพายหลังสำหรับเด็ก 930 บาท กิ๊ปติดผม 195 บาท