ไปดู ABBA แต่กว่าจะถึง แทบจะบ้า 0 15

เมื่อวานฝนตก ตั้งแต่ก่อนช่วงเย็น ๆ ได้ไม่นาน ทั่วกรุงเทพเลย ตอน ห้าโมงครึ่ง ขึ้นทางด่วน จากแถวพระราม 3 กะตรงดิ่ง ไปลงแถว พระราม 9 เพื่อไปดู คอนเสิร์ต ABBA ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีกำหนดเริ่มแสดงตอน ทุ่มครึ่ง เผื่อเวลาไปไว้ 2 ชั่วโมงเต็ม แม้ฝนตก สิ้นเดือน รถจะติด ก็ยังไงก็ทัน …. แต่  1 ชั่วโมงผ่านไป ยังอยู่แถว สีลมอยู่เลย รถขยับทีละ สองกระดึ๊บ นั่งมอง รถไฟฟ้า ที่วิ่งที่เหนือ ทางด่วน ได้หลายรอบ รถก็ยิ่งติดแหงก ไม่ไปไหน … นั่งเล่น ไอโฟน จนเบื่อแล้ว ก็ยังไม่ถึงไหนเลย … สรุปกว่าจะถึง ศูนย์วัฒนธรรมฯ ก็ปาเข้าไป สองทุ่มหน่อย ๆ แล้ว

abba-live-in-bangkok-001

abba-live-in-bangkok-005

เพื่อนที่ไปดู ABBA ด้วยกัน นั่งรถไฟฟ้ามา แต่ก็เกือบเข้าเริ่มแสดงไม่ทันเหมือนกัน เพราะนั่งรถตู้ ที่คอยบริการ รับส่ง จาก MRT ไปศูนย์วัฒนธรรมฯ ติดแหงก อยู่แถว ถนนหน้าศูนย์ฯ นั่นแหละ จนคนในรถ พร้อมใจ เดินเอาแทน แล้วเนื่องจาก จองบัตรไว้ด้านบน ทางศูนย์ ไม่สะดวก ให้คนมาทีหลังขึ้นไป ก็เลยได้นั่งดู คอนเสิร์ต ABBA ที่ด้านล่างแทน

abba-live-in-bangkok-006
หลัง ๆ ยืนเต้น กันอย่างเมามันส์
abba-live-in-bangkok-002
ไม่ทันไร (มาสายเอง) ก็จบซะแล้ว ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง

ถามเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ก็บอกว่า วันนี้รถติดจริง ๆ มีคนมาสายเยอะมาก ไปแล้ว อารมณ์เหี่ยวสุด ๆ ไม่ค่อยมีอารมณ์ดูคอนเสิร์ตเท่าไหร่ นึกถึง หมูปิ้ง กับ ข้าวแกง ป้าติ๊ก 3 อย่าง ก็ข้าวเย็นยังไม่ได้กินอะนะ แต่นั่งไปเรื่อย ๆ ก็สนุกดี เพราะเด็กฝรั่ง สองคน อิน กับ ABBA มาก กรี๊ดกร๊าด และเต้น ไม่หยุดเลย (คุณน้อง ไม่น่าจะเกิดทันนะ) กับเพลง Mamma Mia นักร้องวง ARRIVAL ก็เชิญชวน กันออกมาเต้น สองน้องหนูนี้ ก็ไม่รีรอ ที่จะวิ่งไปที่ด้านหน้าเวที โดยไม่ใส่รองเท้าอีกต่างหาก เห็นคุณแม่ฝรั่ง แอบถอนหายใจเล็ก ๆ อยู่เหมือนกัน

 

Arrival ร้องเพลง ABBA เพลง Thank you for music และ Dancing Queen ปิดท้าย

สุดท้าย Arrival ก็กลับมาอังกอร์ ด้วยเพลง “Thank you for music” น้องหนู สองคนที่วิ่งไปอยู่หน้าเวที เมื่อกี้ ก็ได้ขึ้น เวที ไปร่วมเคาะ percussion กับเขาดู คุณน้องแน่มาก ๆ กลับบ้านไปคงหลับฝันดี  (ดูคลิปวีดีโอ) และเนื่องด้วย สมเด็จพระเทพฯ ทรงเสด็จมาทอดพระเนตร คอนเสิร์ตนี้ด้วย Arrival จึงเก็บเพลงเด็ดของ ABBA  อย่าง “Dancing Queen” ไว้ร้องเป็นเพลงสุดท้ายด้วย และสุดท้ายของท้าย ที่สุด ทุกคนในศูนย์ ก็ร่วมกัน ถวายความเคารพ พระเทพ มีคุณป้าคนหนึ่ง เปร่งเสียง “ทรงพระเจริญ” แค่นั้น ทุกคนต่างก็ ช่วยกันกล่าว  “ทรงพระเจริญ” กึกก้องศูนย์ เลยทีเดียว ประสบการณ์ดู คอนเสริต์ ABBA ของวง Arrival เมื่อวาน มันไม่ค่อยอิน เลย เพราะทั้งหิว และปวดหัว จากรถติดไปสองชั่วโมง ไม่คุ้มค่าตั๋วเลยจริง ๆ เพราะดูได้ครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ คอนเสิร์ตก็เลิกแล้ว กลับบ้านสลบ เลยทีเดียว …​การไปดู  ABBA ทำข้าพเจ้าเกือบบ้า เลยทีเดียว

abba-live-in-bangkok-003
ทรงพระเจริญ กึกก้องทั่วศูนย์ฯ

 

คณะ ARRIVAL FROM SWEDEN

ABBA คือวงดนตรีของสวีเดนที่สร้างผลงานเพลงอันเป็นอมตะระดับโลก ด้วยยอดจำหน่ายผลงาน 370 ล้านแผ่น จนมีการนำเพลงของ ABBA ไปทำละครเพลง “Mamma Mia” อันเป็นที่นิยมไปทั่วโลก รวมถึงเกมคอมพิวเตอร์ Playstation “ABBAs Sing Star” ที่ประสบความสำเร็จในยอดขาย และมีการเปิดพิพิธภัณฑ์ “The ABBA The Museum” ในประเทศสวีเดน ดังนั้น ABBA คือวงดนตรีพ็อปอมตะตลอดกาลเทียบชั้นเท่ากับ Elvis และ The Beatles ตั้งแต่ปี 1971 ที่เริ่มต้นวงจนถึงปี 1982 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดของ ABBA แต่ตำนานของวงนี้ยังคงโลดแล่นอยู่ต่อไปในใจของแฟนเพลงทั่วโลก

และในปี 1995 คณะ Arrival From Sweden กลายเป็นผู้สืบสานตำนาน โดยได้นำเพลงของ ABBA ทำการแสดงต่อจนกลายเป็นกลุ่มศิลปินที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลกในการสืบทอดตำนานของ ABBA คณะ Arrival From Sweden ได้ทำการทัวร์คอนเสิร์ต 50 ประเทศทั่วโลก และ ปรากฏตัวในสถานีโทรทัศน์และวิทยุทั่วโลก เช่นการแสดงกลางแจ้งต่อหน้าผู้ชมชาวโปแลนด์ 50,000 คน ทำการถ่ายทอดโทรทัศน์ให้กับผู้ชมในทวีปยุโรป 12 ล้านคน ทัวร์คอนเสิร์ตในทวีปอเมริกาเหนือ ปี 2005 ปรากฏว่า 30 การแสดงบัตรเข้าชมถูกจำหน่ายหมดในเวลาอันรวดเร็ว
The Arrival From Sweden คือกลุ่มศิลปินที่จะทำให้คุณเข้าใกล้ และ กลับมารำลึกถึงดนตรีของ ABBA ได้มากที่สุด

Previous ArticleNext Article
ชนเผ่าสุขนิยม ชอบตระเวณกินร้านอาหาร เที่ยวไปเรื่อย ลองหากิจกรรมทำได้ตลอด และชอบที่จะแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสมา

10 สิ่งที่บ่งบองว่าคุณคือ ฮิปสเตอร์ไทย 0 1

10 สิ่งที่บ่งบองว่าคุณคือ ฮิปสเตอร์ไทย

Hipster_Thai

1. ดื่มกาแฟจากร้านแนวอาร์ตๆ ชิลล์ๆ ต้องไม่ใช่ร้านแฟรนไชส์ อย่างสตาร์บัคส์
2. ปั่นจักรยานแนววินเทจ
3. ต่อต้านกระแสหลัก
4. แทนตัวเองว่า “เรา”
5. เล่น twitter
6. อ่านนิตยสาร Kinfolk
7. รักแมวเลี้ยงแมว
8. ปลูกประบองเพชร
9. ชอบเที่ยวเชียงใหม่
10. ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็น Hipster ด้วยการล้อเลียนว่าตัวเองเป็น Hipster

แบรนด์เสื้อผ้าของชาว Hipster


1. Levi Strauss & Col.
2. Converse
3. Apple
4. Ray Ban
5. Urban Outfitters
6. Crosley Record Players
7. Pabst Blue Ribbon
8. Goodwill
9. Pendleton
10. Vintage

ถ่ายรูปสไตล์ Hipster


1. ใช้แอพแต่งภาพ VSCO CAM
2. เลือกสีซีเปีย (sepia)
3. ฉากหลังเบลอ
4. ชอบถ่ายภาพติดแสง
5. ถ่ายรูปครึ่งหน้า
6. ถ่ายรูปทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ถ้วยกาแฟ ร้านกาแฟ ที่รองกาแฟ หรือแม้แต่กล้องถ่ายรูป จอมอนิเตอร์ ไอโฟน สมาร์ทโฟน

หนัง เพลง หนังสือของชาว Hipster


1. ดู หนังจะดูง่าย สนุก หรือปีนกระไดดูก็ได้ แต่ต้องมีความเก๋ ห่างไกลจากกระแสหลัก สำหรับหนังไทยก็ต้องผลงาน ผู้กำกับ
“เต๋อ” นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ สำหรับหนังต่างชาติก็ ผลงานของ เวส แอนเดอร์สัน หรือ หว่องกาไว
2. อ่าน ผลงานเขียนของ ฮารุกิ มุราคามิ
3. ฟัง เพลงของ เล็ก  Greasy Cafe หรือ Modern dog ก็ยังเข้าข่าย

 

ที่มา : Positioning Mag

เผยความลับที่ซ่อนอยู่ภายในพาสปอร์ตแคนาดา หลังส่องด้วยไฟแบล็คไลท์ 0 2

หนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต (passport) หนังสือเล่มเล็ก  ๆ แต่มีความสำคัญสำหรับนักเดินทาง ไปต่างประเทศ เพราะเป็นเอกสารที่ใช้ยืนยันตัวตนของผู้เดินทาง และนักท่องเที่ยว และจะถูกใช้ทุกครั้งที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง พาสปอร์ต ของแต่ละประเทศ ก็จะมีสีเล่ม และตราสัญลักษณ์ที่ด้านหน้าแตกต่างกัน แต่โดยรวม ๆ แล้ว รูปเล่มขนาด จะใกล้เคียงกัน

เมื่อรูปเล่ม และขนาดใกล้เคียงเหมือนๆ กันทั่วโลก เพราะเป็นมาตราฐานสากล (มั้ง) ทางกองหนังสือเดินทาง ประเทศแคนาดา ก็จึงซ่อนความหวือหวา ไว้ภายในเล่มแทน และซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็นง่าย ๆ ซะด้วย จนกว่าเราจะเปิดไฟแบล็คไลท์ (black light) หรือ UV light ไฟที่ใช้ตรวจแบงค์ปลอมนั่นแหละ ก็จะเห็น ความสวยงาาม เจิดจรัส ที่ซ่อนอยู่ อย่างเล่น พลุในยามค่ำคืน , พระอาทิตย์, รุ้ง, ใบเมเปิล และเข็มทิศ สำหรับการล่องเรือ

แต่เดี๋ยวก่อน ไอ้การใส่สีสัน เมื่อต้องไฟ black light นี้ ไม่ได้เพื่อความสุนทรีย์ อะไรหรอกนะ แต่เพื่อป้องกันการปลอมแปลงต่างหากหละ เวลาออกแบบนั้น นักออกแบบ ต้องออกแบบ หมึกชนิดพิเศษ แล้วบรรจงวาดรูปลงไปในต้นแบบ ทางกาองหนังสือเดินทางแคนนาดา คิดค้นการใช้หมึกพิเศษ เมื่อต้องแสง UV นี้เพื่อให้ยากต่อการปลอมแปลง และประเทศแคนาดา เป็นประเทศแรก ที่เริ่มใช้การพิมพ์แบบพิเศษ ที่เรียกว่า  four-color invisible fluorescent printing กับพาสปอร์ต ซึ่งการพิมพ์แบบนี้ จะมีการลงหมึกโปรงใส มองไม่เห็นในแสงธรรมชาติ แต่จะสะท้อนให้เห็นเมื่อต้องแสง UV หรือ black light

แม้จะเป็นการจัดทำพาสปอร์ต แบบพิเศษนี้ เพื่อการป้องกันการปลอมแปลง แต่ก็ถือว่าเป็นการคิดค้น เชิงสร้างสรรค์ และสร้างสีสัน ให้กับพาสปอร์ต หนังสือเดินทางเล่มเล็ก  ๆ ที่แสนน่าเบื่อได้มากที่เดียว ใครมีเพื่อนเป็นชาวแคนาดา ลองหยิบมาส่องไฟ blacklight กันดู ส่วนพาสปอร์ตไทย มีความลับซ่อนอะไรอยู่บ้างนะ ใครรู้บ้าง  ?

ที่มา : Mashable, รูปจาก Flickrimgur