ตลาดพีระมิด พาร์ค ไนท์มาร์เก็ต ตลาดนัดน้องใหม่ ดิ๊ดี มีฉายหนังกลางแปลงฟรีด้วย 0 11

ตลาดนัดเปิดใหม่ ตลาดพีระมิด พาร์ค ไนท์มาร์เก็ต (Pyramid Park Night Market) เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมนี้เอง เป็นตลาดนัดตอนกลางคืน เหมาะสำหรับคนเลิกงาน อยากชอปปิ้ง หรือหาของกิน แถวๆ ย่านเกษตร-นวมินทร์  ก็เลยแวะไปดูซักหน่อย เก็บรูปมาฝากกันด้วย ตลาดพีระมิด เปิดเฉพาะวัน พุธ และ วันศุกร์ ช่วงเย็น ๆ จนถึงเกือบเที่ยงคืน เดินได้ชิล ๆ ไม่ร้อนอะไรมากมาย ซึ่งเปิดวันสลับกับตลาดนัดรถโบราณ ใครชอบเดินตลาดนั้น แถวเส้นเกษตร-นวมินทร์ ก็สามารถสลับเดินกันสองตลาดนี้ได้ ใครสนใจตามไปเดินเตร่ ข้อมูลตามรอย และการเดินทางไปตลาดพิระมิด อ่านได้ที่ท้ายบทความเลย

pyramid-market-08

จุดเด่นของ ตลาดพีระมิด ก็คือทุกวันพุธ จะมีการ ฉายหนังกลางแปลง ให้ดูกันฟรี ด้วยเป็นหนังไทย น่าดู หนังดังในอดีต อย่างวันที่ไปเดินเตร่ เขาก็ฉายเรื่อง “มนต์รักทรานซิสเตอร์” ส่วนสัปดาห์อื่น ๆ ก็มีฉายหนังน่าดูไม่แพ้กันอย่างเช่นเรื่อง  October Sonata, เพื่อนสนิท, รักแห่งสยาม, ทวิภพ, มหาลัยเหมืองแร่, หมาแก่อันตราย ส่วนอาทิตย์นี้จะมีฉายหนังเรื่องใด ก็ติดตามได้ที่ Facebook Page ของตลาด เขาจะมีแจ้งให้ทราบ (ลิงค์อยู่ท้ายบทความ) ถือเป็นไอเดียที่ไม่ซ้ำกับตลาดนัดอื่นดี เดี๋ยวนี้หนังกลางแปลง ก็ไม่ได้มีให้ดูกันง่าย ๆ

pyramid-market-75

ใครไม่เคยเห็น เครื่องฉายหนังกลางแปลง มาดูได้ที่ตลาดนี้

ตลาดพีระมิด เพิ่งเปิดใหม่ไม่นาน ดังนั้น คนยังไม่ค่อยจะเยอะซักเท่าไหร่ ดังนั้นเดินได้ชิล สบายๆ  ใครไม่ชอบ คนเยอะมาก มาเดินตลาดนี้ ก็น่าจะโอเค มีทั้งของขาย และของกิน ส่วนห้องน้ำห้องท่า ตลาดนัดแห่งนี้ ก็ทำมาอย่างดี สะอาดสะอ้าน มีบริการหลายห้อง หายห่วง  ส่วนใครรักสัตว์ ก็สามารถจูง หมา แมว มาเดินเล่นในตลาดนี้ได้ เพราะเห็นมีคนจูงหมา จูงแมว มาเดินเล่นด้วย อยู่เหมือนกัน

ของที่ขายก็มีสารพัดตั้งแต่ ของแต่งบ้าน, งานศิลปะ, แผ่นเสียง, อุปกรณ์แต่งรถ จยย., สินค้าโฮมเมด, ของเก่า วินเทจ, เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, ของมือสอง และของกินสารพัดอย่าง  ส่วนใหญ่แล้ว ร้านที่มาเปิด ก็ร้านที่มาจากตลาดนัด ตลาดนัดรถโบราณ ตรง The Walk เพราะ ที่นี่บริหารโดยทีมงานเดียวกับ ตลาดนัดรถโบราณ ตรง The Walk ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั่นเอง ลองดูว่ามีอะไรน่าสนบ้าง

pyramid-market-stuffs

ของกินใน ตลาดพีระมิด พาร์ค

ของกิน ในตลาดพีระมิด ส่วนใหญ่ ก็เป็นของทางเล่นง่าย ๆ เน้นซื้อกลับ แต่ก็มีร้านสำหรับทานจนอิ่มอย่างจริงจัง อย่างร้านก๋วยเตี่ยวไก่, ร้าน food truck อย่าง HIP Hotdogs & burgers, ร้านหอยทอด จริงๆ  มีร้านอาหารอีกหลายร้าน ที่ไม่ได้เอามาลงในบล็อค มันเยอะลงไม่หมด อย่างร้าน บัวลอย ร้านไข่เจียว ร้านขาย Kebab และอีกสารพัด  ไว้โอกาสหน้าจะรีวิวเจาะ ร้านที่ได้ชิม อีกทีแล้วกัน

pyramid-market-food

ร้านอีเห็ดสด ขายแต่เห็ดสด มาย่าง มีหลายสาขาด้วยนะ น้ำจิ้มมี 5 รส ตามชอบ
จุดสกัดลาว ร้านนี้ขน เครื่องปรุง ทั้งหลาย มาใส่ในครกเล็ก ๆ เป็นการจัดโต๊ะตำได้น่าสนใจมาก
ร้านขนมครกใบเตย สูตรเก่าแก่ 60 ปี ไม่นั่งรอ ไม่ได้กินนะเออ คนแน่นตลอด
ใครตามหา เบอร์เกอร์ ฮอทดอท สไตล์ food truck ร้าน HIP hotdogs & burgers ก็มาขายที่นี่ด้วย
ร้านนี้ สารพัดน้ำจิ้ม กับมะม่วงดิบ ทั้งน้ำหวานปลา กะปิหวาน แม้กระทั่ง ปลาร้าหอม ชิมก่อว่าชอบแบบไหน
ข้าวแกงกระหรี่ญี่ปุ่น คนขาย(น่าจะ)เป็นคนญี่ปุ่นด้วยนะ
สตรอเบอร์รี่ปั่น สมูทตี้ ร้านนี้เลย
ร้านส้มตำอีกร้าน
sweet tooth เขาขายของอาหารออแกนิก วันที่ไป ขายกระหรี่ฟัฟ กับชามะนาว คนรักสุขภาพลองดู
ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ตำลึง ใครชอบก๋วยเตี๋ยวก็เชิญเลย
ใครชอบพิซซ่า ก็แวะ เบบี้พิซซ่าได้นะครัชชช
ลูกชิ้นปิ้ง
มหากาแฟ คอกาแฟ ชาไทย โบราณ ก็ร้านนี้เลย เก๋ตรง ท้ายรถเข็น มีกล้องโบราณตั้งโชว์ด้วย
ไส้อั่ว ไส้กรอกอีสาน ก็มีนะ ร้าน คุณฮั้ว
หอยทอดกะทะร้อน ทอดกันร้อน ๆ น่ากินมากกก ขอบอก
ปลาหมึกย่าง ไม้ใหญ่ ทีเดียว

 

ของขายใน ตลาดพีระมิด พาร์ค

pyramid-market-stuffs

โซฟา สไตล์วินเทจ เก๋ ๆ ก็มีขายในตลาดนี้
เรโทร โซฟา สีเจ็บ ๆ
ตุ๊กตา เล็ก ใหญ่ ตัวอะไรมีหมด โดยเฉพาะตุ๊กตาหมี
น้ำหอม ชวนให้ห้องมีกลิ่นหอมรัญจวน
ตุ๊กตาโบราณ ของเก่า ก็มีขาย
ร้องเท้าผ้าใบ เพียบ
ของเล่น สไตล์ mini bloc
ของสำหรับ สาว ๆ มีเพียบครับ กระเป๋า เสื้อผ้า เครื่องประดับ
ของเล่น จากการ์ตูน ญี่ปุ่น ก็มี
เครื่องประดับ ก็มา
เสื้อยืด ลายการ์ตูน น่ารัก ๆ

หมอนผ้าห่ม หลากสี กำลังฮิต ทุกตลาดนัด
เสื้อยืด ลายแนว ๆ
หมวกกันน๊อค ก็มีขาย แต่รถเจ้าของ นี่ไม่ธรรมดาเลย ว่าไหม

บรรยากาศตลาดพีระมิดพาร์ค

ตลาดยังเปิดใหม่ คนยังไม่เยอะซักเท่าไหร่ (ตอนที่ไปเดิน ตอนนี้อาจจะคนเริ่มเยอะแล้วก็ได้) ร้านค้าต่าง ๆ ยังไม่แน่หนา อย่างตลาดนัดรถโบราณที่ The Walk ก็เหมาะกับใครที่ชอบเดิน ตลาดนัด สบาย ๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตอง เดินทอดน่องนอกห้าง ชอบของแนววินเทจ ของเก่า แผ่นเสียง หรือเสื้อผ้า ของใช้ ราคาน่าคบหา หรือใครอยากพาน้องหมา น้องแมว เดินชอปปิ้งด้วย ก็น่าจะโอเคกับตลาดนี้ ส่วนนั่งปั่นจักรยาน ก็เป็นจุดแวะพัก หาไรทานแก้เหนื่อย ได้ดีเหมือนกันนะ

ที่จอดรถน้อยไปหน่อย จอดได้ฝั่งตลาด ฝั่งร้านสมพงศ์ จอดไม่ได้
ห้องน้ำที่นี่ สะอาดดีทีเดียวเลย ไฟสว่าง ไม่ต้องกลัวอันตราย
จุดรวมพล มีน้ำพุ ถัดไป ก็เป็น สนามหญ้า ไว้ฉายหนังกลางแปลง
ตลาดเพิ่งเปิด คนยังมากันไม่เยอะ เดินสบาย ๆ ชิล ๆ
ของขาย ก็เหมือนตลาดนัด คนเมือง ราคาไม่แพง พ่อค้า แม่ค้า กันเอง ยิ้มแย้ม
ของกินเล่นนี่เพียบ ระวังอ้วน ฮ่าๆๆ
ถ้ามาหาไรกินมุมนี้ ได้ดูหนังควบไปด้วย
ตลาดนัดนี้ pet freindly เขามีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย

 

การเดินทางมายัง ตลาดพีระมิด พาร์ค ไนท์มาร์เก็ต

ตลาดพีระมิด อยู่ตรงแยกเกษตร – นวมินทร์ ตัดเรียบด่วนรามอินทรา อยู่ระหว่างร้านอาหาร สมพงศ์ และปั้มน้ำมันป.ต.ท. แถวตอม่อที่ 203 ถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร- นวมินทร์) จอดรถเข้าซอย ประเสริฐมนูกิจ 24 (ตรงข้ามร้านกระฉูด)

ข้อมูลตามไปเตร่ที่ตลาดนัดพิระมิดพาร์ค

ตลาดพีระมิด พาร์ค ไนท์มาร์เก็ต เป็น ตลาดนัดขายของสารพัด ทั้งของแต่งบ้าน, งานศิลปะ, แผ่นเสียง, อุปกรณ์แต่งรถ จยย., สินค้าโฮมเมด, ของเก่า วินเทจ, เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, ของมือสอง และอาหาร
วันทำการ : เปิดทุกวันพุธ และวันศุกร์ (วันพุธมีฉายหนังกลางแปลงฟรี)
เวลาทำการ :  17:00 – 24:00 น.
Facebook : ตลาดพีระมิดพาร์ค-ไนท์มาร์เก็ต
ที่จอดรถ : มี แต่ค่อนข้างจำกัดอยู่เหมือนกัน จอดได้ในซอย ประเสริฐมนูกิจ 24 เฉพาะฝั่งตลาด
พิกัดดาวเทียม (GPS) : N 13°49’26.0″ E 100° 37’45.3″

Previous ArticleNext Article
ชนเผ่าสุขนิยม ชอบตระเวณกินร้านอาหาร เที่ยวไปเรื่อย ลองหากิจกรรมทำได้ตลอด และชอบที่จะแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสมา

เทียบช่องรายการ Truevisions แพ็กเกจ Platinum เป็น Gold 0 1

ตั้งแต่ Truevisions เอาช่อง HBO ออก ก็คิดว่าจะเปลี่ยนจาก แพ็กเกจ Platinum ไปเป็น Gold ดีไหม แต่ก็ไม่รู้ว่า แพ็กเกจ Gold ขาดช่องอะไรไปบ้าง กลัวเดี๋ยวช่องที่คนที่บ้านดูประจำไม่มี ก็ซวยโดนด่า พอถามทรูวิชัน ก็บอกให้ไปดูหน้าเว็บ ซึ่งก็แสดงรายชื่อช่อง ทั้งหมด ของแต่ละแพ็กเกจ แต่ไม่ได้แยกให้ดูว่า แพ็กเกจนี้ มันมีอะไรเพิ่ม หรืออะไรหายไปบ้าง

หลังจากทิ้งไว้นาน วันนี้เลยไล่ตัวขี้เกียจ ลองมานั่งไล่เองเลยว่า ช่องอะไรหายไปบ้าง ก็สรุปได้ตามด้านล่างนี้ ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ แล้ว แพ็กเกจ Platinum ของ Truevisions ตอนนี้ขี้เหร่มาก (ถ้าไม่นับช่องบอล)  เพราะช่องที่แพ็กเกจ Gold ไม่มีนั้น ไม่ได้ดูก็ไม่รู้สึกอะไรเลย

ส่วนตัวคงเสียดายแค่ Sony Channel, BBC Life style, Life inspired นอกนั้นก็ไม่ได้ดูอยู่แล้ว ซึ่งประหยัดเงินไปได้ หลายร้อยทีเดียว แต่เหมือน Truevisions จะรู้ ก็เลยวางราคา สำหรับ บ้านที่ติดหลายจุด ให้แพ็กเกจ Gold ต่างกับ Platinum แค่ 100 กว่าบาทเอง คือแทบไม่แตกต่างกันเลยเรื่องราคา ถ้าดูหลายจุด

สรุปแล้ว แพ็กเกจ Platinum มันดูเหมือน แพ็กเกจ Gold ที่มีช่องแถม (แกมยัดเยียด) มากกว่า ทรูวิชัน ถ้าไม่มี HBO ก็น่าจะหาช่องเด็ด ๆ อย่างพวก Star, Fox, NatGeo People มาเพิ่มคงดูคุ้มค่ากว่านี้เยอะ

รายการช่อง Platinum ที่แพ็กเกจ Gold ไม่มี

ช่อง HD 111

135 Sony Channel HD
136 True Film HD 2
139 AMC Sundance Channel HD
148 Life Inspired HD
149 E! Entertainment HD
152 AMC HD
153 iConcerts
154 KMTV
177 Sport Illustrated
181 Outdoor Channel (HD)
182 Motor Vision

ช่องภาพยนตร์ และซีรีส์ 222

223 True Film HD 2
229 Sony Channel
230 AMC Sundance Channel
235 TVB
242 AMC
243 TMC
244 GEM

ช่องบันเทิง 333

341 Life Inspired HD
347 KMTV HD
348 iConcerts
350 E! Entertainment
353 BBC Life Style

ช่องเด็ก 444

448 Disney Junior
452 Nickelodeon

ช่องสารคดี ความรู้ 555

ครบเหมือนกันทุกช่อง

รายการกีฬา 666

671 Motor Vision HD
672 Sport Illustrated
673 Outdoor Channel (HD)
676 beIn Sports 1
677 beIn Sports 2
678 beIn Sports 3
687 Motor Vision

ช่องข่าว 777

ครบเท่ากันทุกช่อง

เมื่อ Major Cineplex คิดจะทำบัตร Movie Pass ดูหนังไม่อั๋น สูตรเดียวกับเมืองนอก มันจะเวิร์คไหม? 0 1

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ใครเป็นสมาชิก M-Gen (ระบบสมาชิกสะสมแต้มของเครือโรงหนังเมเจอร์) คงได้รับอีเมล สอบถามความคิดเห็นกับ บัตร Movie Pass บัตรสำหรับไว้ดูหนังไม่อั้น โดยจ่ายเป็นรายเดือนกันไปแล้ว โดยแนวคิดนี้ เมเจอร์ไม่ได้คิดเอง แม้เมืองไทยจะเป็นเจ้าพ่อบุฟเฟ่ต์ในทุกสิ่ง แต่ MoviePass นำรูปแบบมาจากต่างประเทศ โดยคนร่วมก่อตั้ง Netflix ที่เพิ่งเปิดบริการรูปแบบนี้ไม่นาน แต่ก็เรียกว่าเมเจอร์เป็นเสือปืนไวจริงๆ SF Cinema ยังไม่ขยับอะไรในเรื่องนี้

จุดกำเนิด Movie Pass บัตรดูหนังสไตล์บุฟเฟ่ต์

บัตร MoviePass บัตรดูหนังไม่อั้นไม่จำกัดจำนวนเรื่อง โดยเหมาจ่ายเป็นรายเดือน รูปแบบนี้ฟังดูแล้วก็จะคุ้นๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบดูหนัง ดูซีรีย์ ออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือ และแท็บเล็ต เพราะมันช่างคล้ายกับบริการ Netflix ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะคนคิด MoviePass นั้นไม่ใช่อื่นคือ Mitch Lowe ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix และเป็นอดีตประธานบริษัท Redbox (บริการเช่าหนังแผ่น DVD Blu-ray ผ่านตู้อัตโนมัติ)

Lowe ไม่ได้เป็นคนคิดบัตรสไตล์ดูหนังไม่อั้น เป็นคนแรก บัตรแบบนี้ มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2011 แต่ราคามันไม่ดึงดูด และมีข้อจำกัด อย่างดูได้เพียง 2 เรื่องต่อเดือน ก็เลยไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก Lowe ทราบจุดนี้ด้วยประสบการณ์จาก Netflix เขาจึงตั้งราคา Movie Pass ไว้ราคาที่ทุกคนอยากจะคว้าไว้ นั่นก็คือ $9.99 ต่อเดือน หรือประมาณ 350 บาทต่อเดือน และดูได้ไม่จำกัดจำนวน ซึ่งถือว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับราคาตั๋วหนังในสหรัฐ ที่เฉลี่ยอยู่ที่ $8 – $9 นั่นก็คือ ถ้าดูหนังสักเรื่องในเดือนนั้น ก็ถือว่าเท่าทุนแล้วนั้นเอง

โมเดลธุรกิจนี้ ดูไปแล้วก็ไม่ต่างกับบริการสมาชิก Netflix ที่เปิดให้ดูหนังไม่อั้น ด้วยการจ่ายราคาเหมา แต่ย้ายจากหน้าจอมือถือ แท็บเล็ตมาเป็น โรงหนัง ซึ่งด้วยราคานี้ก็หาสมาชิกให้ได้เป็นจำนวนมาก ไม่เช่นนั้นก็ขาดทุนเอาง่าย ๆ เพราะทาง MoviePass จ่ายค่าตั๋วราคาเต็มให้กับทางโรงหนัง แต่ในช่วงแรกก็มีได้รับเสียงตอบรับที่ดีจาก นักดูหนัง แต่ก็มีข่าวที่สั่นคลอนอยู่บ้าง อย่างโรงหนัง AMC ที่เป็นเชนโรงหนังที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ก็ออกมาประกาศว่า จะถอนตัวจาก MoviePass ในอนาคต และ AMC มองว่า รูปแบบการจ่ายเงินตีตั๋วเข้าโรงหนังแบบเหมาๆ นี้ไม่ยั่งยืน

ธุรกิจนี้จะไปรอดหรือเปล่าก็คงต้องดูกันอีกสักพัก เพราะบริการนี้ก็เพิ่งเปิดให้บริการต้นเดือนนี้เอง

รูปแบบบัตร Movie Pass

Movie Pass

  • ไม่จำกัดจำนวนเรื่อง ดูได้ทุกวัน แต่ในหนึ่งวันดูได้เพียง 1 เรื่อง
  • ครอบคลุมกว่า 90% ของโรงหนังทั้หงมดในสหรัฐ ไม่แบ่งค่าย
  • เฉพาะหนังในโรงปกติ ไม่รวม 3 มิติ, IMAX, 4DX
  • จองตั๋วได้ง่ายผ่าน แอพพลิเคชั่นผ่านมือถือ แล้วก็เป็น e-ticket เข้าดูหนังได้เลย

เมื่อ Movie Pass มาเมืองไทย

ตอนนี้เท่าที่ทราบ บัตร Movie Pass อาจจะมาไทย โดย Major Cineplex ซึ่งยั่งเชิง ด้วยการส่งอีเมลไปยังสมาชิก M-Gen ซึ่งเป็นฐานสมาชิกนักดูหนังตัวยงของเมเจอร์อยู่แล้ว เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับ MoviePass ที่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนมากนัก แต่จากข้อมูล ในแบบสอบถามนั้น เมเจอร์น่าแบ่งสมาชิก เป็น 3 ราคา ตามราคาตั๋วของโรงหนัง คือ 200 บาท สำหรับโรงหนังในบิ๊กซี โลตัส ในต่างจังหวัด 400 บาท สำหรับโรงหนังตามห้างในกทม และโรงหนังชั้นดีในต่างจังหวัด 500 บาท สำหรับโรงหนังพรีเมี่ยมในตัวเมืองอย่างเช่น พารากอนซิเนเพล็กซ์, ควอเทียร์ซิเนอาร์ท เป็นต้น

ความแตกต่างของ Movie Pass นอก และไทย

เนื่องจากรายละเอียด ของ MoviePass ในไทย ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่พอจะรวบรวมได้คร่าวๆ ซึ่งอาจจะมีเปลี่ยนแปลงก็ได้ ก็จะมีดังนี้

1. จำกัดอยู่เฉพาะเครือโรงหนัง

เนื่องจาก บัตร MoviePass ไม่ได้ออกโดย ตัวแทนอิสระ แต่มาจากทางค่ายโรงหนัง ดังนั้นจะต้องจำกัดในเครือ เรียกว่าครอบคลุม ต่างจากของเมืองนอก ที่บริหารจัดการโดย บริษัทอิสระ จึงมีครอบคลุมโรงหนังในสหรัฐ เกือบทั้งประเทศ

2. มีหลากหลายราคา

รูปแบบ MoviePass ของ ​Major นั้นมีแนวคิดจะแบ่งตามเกรดโรงหนัง ที่โฟกัสไปที่ค่าตั๋ว ดังนั้นความสะดวกในการเลือกชมโรงหนัง ก็ลดน้อยลงไปอีก นอกจากต้องอิงตามเครือโรงหนังแล้ว

  • 500 บาท สำหรับโรงหนังพรีเมี่ยม
  • 400 บาทสำหรับโรงหนังในห้าง (กทม)
  • 300 บาทสำหรับโรงหนังต่างจังหวัดชั้นดี
  • 200 บาท สำหรับโรงหนังในบิ๊กซี โลตัส (ในต่างจังหวัด)

3. ราคาไม่ถูกนัก

ราคา MoviePass ในสหรัฐนั้น ใช้ราคาเฉลี่ยของโรงหนังทั้งประเทศ คือ $9 (300 กว่าบาท) ซึ่งบัตรที่แพงที่สุดของไทย แพง ที่ราคา 500 บาท ($15) แพงกว่าของอเมริกาซะอีก ถ้าต้องการจะดูครอบคลุมทุกโรงในเครือเมเจอร์

4. คิดเป็นรายปี

รูปแบบสมาชิกไม่ได้เป็นรายเดือน แต่เป็นรายปี โดยคำนวนราคาให้เห็นเป็นต่อเดือน แต่ก็น่าจะมีทางเลือก คือแบ่งผ่อนชำระกับบัตรเครดิต ดังนั้นเลือกซื้อแล้ว ถ้าเกิดไม่พอใจบริการ หรือเกิดต้องเปลี่ยนแปลงที่อยู่กระทันหัน ก็ต้องมีปวดหัวแน่นอน

5. ออกโดยเมเจอร์

เครือเมเจอร์ เอาตรงๆ ขึ้นชื่อเรื่องความเยอะสิ่ง ข้อแม้ยุบยับ คงต้องดูกันอีกทีว่า เมเจอร์ จริงใจแค่ไหนในการออกบัตร สำหรับคนรักหนัง จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ดูได้ทุกวันไหม? เสาร์อาทิตย์ดูได้หรือเปล่า? หนังใหม่ชนโรงก็ดูได้ไหม? มีโควต้าต่อวัน ต่อโรงหรือเปล่า?

6. ส่วนลดค่าตั๋วในไทยมีทางเลือกมากมาย

ปัจจุบันนี้ คนดูหนัง ประจำ ก็มักจะใช้ส่วนลดพิเศษจาก ค่ายหนัง, บัตรเครดิต, ค่ายมือถือ, ประกัน กันอยู่แล้ว ซึ่งก็ลดค่าตั๋ว เหลือประมาณ 80 – 120 บาท ซึ่งคำนวนแล้ว ก็จะราคาพอๆ กับหนัง MoviePass แต่ข้อดีคือ เดือนไหนดูน้อยก็จ่ายน้อยลงได้ และจะเลือกดูโรงเครือไหนก็ได้

บัตร Movie Pass ของ Major จะขายใคร?

จาก ผลสำรวจจากแบบสอบถาม ที่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิก M-Gen กว่า 10,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย 52% อยู่ในช่วงอายุ 23 – 39 ปี และเป็นนักดูหนัง ดูหนัง 21 เรื่องขึ้นไปต่อปี (ตกเดือนละประมาณ 2 เรื่องต่อเดือน) ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ กลุ่มลูกค้า แยกเป็นโรง 3 ประเภท ที่มีสัดส่วนไม่ต่างกันมากนัก

  • กลุ่มแรก กลุ่มโรงพรีเมี่ยม (พารากอน ซีนีเพล็กซ์, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต, เมกา ซีนีเพล็กซ์, พรอมานาด ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ เอกมัย)
  • กลุ่มโรงหนังแสตนอโลนด์ (เมเจอร์ รัชโยธิน, เมเจอร์ รังสิต, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, เอสพลานาด รัชดา, เอสพลานาด แคราย)
  • กลุ่มโรงหนังในห้าง (เซ็นทรัล ฟิวเจอร์พาร์ค แฟชั่นไอส์แลนด์ ซีคอน)
  • และยังมีกลุ่มโรงหนังในซุปเปอร์ โลตัส และ บิ๊กซี ที่มีอัตราส่วนเพียง 9%

ส่วนความสนใจนั้น ก็สนใจ 40% ถือว่าเกือบครึ่ง และยังไม่แน่ใจ อีก 30% ไม่สนใจ 20% เท่านั้น ถึงแม้บัตรจะแพงถึง 500 บาทต่อเดือน หรือ 6,000 บาทต่อปี ก็ตาม ส่วนใหญ่อยากจะผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน ผ่านบัตรเครดิต หรือหักบัญชีธนาคาร

ส่วนสาเหตุที่ไม่สนใจ MoviePass กว่าครึ่งคือ ราคาบัตรแพงเกินไป และตามด้วยต้องผูกมัดเป็นรายปี และไม่ได้ดูหนังบ่อยขนาดนั้น และมีกลุ่มที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนดู IMAX และ 4DX ที่ไม่ดูหนังปกติอยู่แล้ว ที่มีถึง18%

ผลกระทบที่อาจจะตามมา

ถ้าบัตรดูแบบเหมาจ่าย ออกมาจริงๆ โรงหนัง IMAX และ 4DX คงต้องประชาสัมพันธ์ให้หนักขึ้น เพราะใครที่ซื้อบัตรแบบนี้ไป ก็คงเลือกดูแบบ โรงปกติก่อนเป็นอันดับแรก  และคงเป็นสงครามแบ่งเครือโรงหนัง ชัดเจนมากขึ้นไปอีกระหว่าง Major และ SF เพราะบัตรคงผูกติดกับเครือโรงหนัง ซึ่ง SF มีจำนวนโรงน้อยกว่า และไม่ได้กระจายทั่วประเทศแบบ Major มองแง่ดีคือ หนังนอกกระแส หนังอินดี้ ก็อาจจะได้รายได้มากขึ้น จำนวนคนดูมากขึ้น เพราะจะมีส่วนหนึ่งที่อยากใช้บัตรให้คุ้มดูมันทุกเรื่อง และตัดสินใจดูง่ายขึ้น เพราะไม่ได้เสียเงินเพิ่มเติม ส่วนสิทธิพิเศษของค่ายมือถือ ก็จะง่อยไปทันที พวกส่วนลดค่าตั๋วหนังครึ่งราคา จาก true, dtac, ais ก็จะดูไม่น่าสนใจอะไรมาก แต่ค่ายมือถือ ก็อาจจะเปลี่ยนมาเป็นส่วนลดค่าบัตร MoviePass แทนก็ได้