According to Our Readers These are The Best Places to Travel for Food 0 495

Proin eu purus eget purus venenatis placerat volutpat vitae nulla. Duis vel tempus orci. Proin commodo aliquet diam, at tempor justo. Suspendisse sit amet aliquam nisi. Vestibulum a elit ipsum. Morbi interdum metus eget diam suscipit, nec commodo sapien scelerisque. Integer urna leo, auctor ac enim at, ornare mattis nunc. Morbi finibus risus ut libero tincidunt faucibus.

Dare to dream big

Donec pretium dapibus justo at fermentum. In nisi lorem, iaculis quis leo imperdiet, convallis mattis nunc. Nulla lobortis dui in ligula tempor volutpat. Praesent varius consectetur arcu ut aliquet. In pretium elit et tortor ultrices congue.

I can’t change the direction of the wind, but I can adjust my sails to always reach my destination.

Nulla ac hendrerit nulla. Vivamus facilisis, orci a rutrum faucibus, erat ipsum vehicula ipsum, faucibus finibus lectus ante nec orci. Fusce pharetra lobortis felis nec eleifend. Curabitur et nibh sem. Praesent consectetur tincidunt libero vel lacinia.

Perfect opportunity

Suspendisse magna urna, faucibus euismod bibendum et, efficitur at ante. Integer consequat, quam in pulvinar ullamcorper, leo quam consequat turpis, non laoreet augue lacus vel nisl. Donec scelerisque eget mauris sed malesuada. Ut et nibh mollis, pulvinar arcu vel, elementum nunc. Nam dapibus mollis metus, at vulputate quam pellentesque id. Phasellus viverra sem pharetra purus pretium sagittis.

Quisque venenatis dignissim fermentum. Praesent convallis felis a tellus consectetur, ac mattis elit sodales. Fusce non diam lorem.

Previous ArticleNext Article
ชนเผ่าสุขนิยม ชอบตระเวณกินร้านอาหาร เที่ยวไปเรื่อย ลองหากิจกรรมทำได้ตลอด และชอบที่จะแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสมา

แนะนำ 5 ร้านอาหารเด็ดในญี่ปุ่น ที่ชวนแวะชิม เมื่อถึงโตเกียว 0 1

ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก จุดหมายคือเมือง โตเกียวก็ลองแวะไปชิม 5 ร้านอาหารเด็ดห้ามพลาด ที่เลือกแนะนำมาให้ไม่ซ้ำกัน ทั้งซูชิ, หมูทอด​ (ทงตัตสึ), ราเม็ง, ปิ้งย่าง และขนมชีสทาร์ต ที่เป็นร้านดัง บางที่อาจจะต้องรอคิวสักหน่อยนะ ชอบสไตล์ไหนก็เลือกตามที่ชอบกันได้เลย

1.  Midori Sushi

ขึ้นชื่อเรื่องซูชิ เป็นของดีของเด็ดที่โตเกียวเลยก็ว่าได้ หากใครที่บอกว่า เรานี่แหละซูชิเลิฟเวอร์ ร้าน Midori Shushi ไม่ควรพลาดไปลิ้มรสเด็ดขาด คุณจะได้สัมผัสกับความสดของแต่ละเมนูที่ชวนให้คุณเคี้ยวไปฟินไป จนอดพูดคำว่า “โออิชิ” ตลอดไม่ได้เลย ส่วนเรื่องราคาก็สมน้ำสมเนื้อสมราคาเพราะของเขาอร่อยจริงๆ โดยเริ่มต้นที่ราคา 450 เยน หรือประมาณ 130 บาท

● ปักหมุด: ตั้งอยู่ที่ห้าง Mark City ชั้น 4 >> แผนที่

● สถานี Shibuya

● เปิดบริการ : 11.00-21.00 น.

2. Isomaru Suisan

สำหรับร้านนี้ก็ห้ามพลาดเช่นกัน โดดเด่นในเรื่องอาหารประเภทปิ้งๆ ย่างๆ นี่แหละ โดยเฉพาะอาหารทะเลขอบอกว่า ฟินมากสดจริงๆ แต่ขอโทษที่ถ่ายให้ดูไม่ทันหันมาอีกที อ้าวเจ้าเพื่อนตัวดีโซ้ยเกือบหมดสะแล้ว เหลือไว้ให้เรากินอย่างละอันเอง ส่วนเมนูที่มาแล้วอยากให้ลองสั่งคือกระดองมันปูนี่แหละ มันอร่อยมากจริงๆ กินคู่กับข้าวญี่ปุ่นที่เขาปั้นมาเสิร์ฟ ทาซอสไปที่ข้าวปั้นรูปทรงสามเหลี่ยมจากนั้นปิ้งๆ ข้าวให้พอมีความสีน้ำตาลได้กลิ่นหอมๆ กินพร้อมกระดองมันปูคุณเอ้ยอร่อยจนน้ำตาซึม ปราบปลื้มรสชาติแห่งความสุขเป็นแบบนี้นี่เอง ส่วนราคาก็เบาๆ เริ่มต้นที่ 399 เยน ประมาณ 120 บาท

● ปักหมุด : ตั้งอยู่ตลาด Ameyoko >> แผนที่

● สถานี Ueno

● เปิดบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

3. Hidakaya Ramen

ขึ้นชื่อเรื่องราเมนแต่มาครั้งนี้เราไม่ได้กินราเมนหรอก เนื่องจากบอกตรงๆ เลยว่าเบื่อราเมนเพราะมีให้ลองกินเยอะมาก เลยขอกินของทอดของโปรดอย่างเกี๊ยวซ่า และไก่คาราเกะ อร่อยสมชื่อ เกี๊ยวซ่าแป้งบางๆ กรอบนอกนุ่มใน ไส้ไม่เยอะมากนะกำลังพอดีปากเลย จะจิ้มโซยุหรือไม่จิ้มก็กินฟินทั้งคู่ ส่วนราคาก็เบาๆ แต่ถ้าสั่งเป็นเซ็ตราคาจะถูกลงเริ่มต้นประมาณเซ็ตละ 1,050 เยน หรือ ประมาณ 320 บาท

● ปักหมุด >> แผนที่

● สถานี Shinjuku

● เปิดบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

4. Katuraku

ตอนที่ไปร้านนี้คนเยอะอยู่เหมือนกัน แต่รอไม่นานประมาณ 15 นาทีก็ได้เข้าร้านแล้ว มาที่นี่ต้องสั่งข้าวหมูทอดถึงจะถูกต้อง รสชาติอร่อยดีนะกลมกล่อม หมูชุบแป้งทอดไว้กรอบนอกในนุ่ม ไม่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำมันทำให้กินได้หลายๆ ชิ้นไม่เลี่ยน แต่ถ้าเกิดความเลี่ยนขึ้นมาก็มีไชเท้าดองไว้ให้เช่นกัน ส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นเมนูเซ็ตโดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 1,300 เย็นหรือ 350 บาท

● ปักหมุด ห้าง DiverCity Tokyo Plaza ชั้น 6 >> แผนที่

● สถานี Odaiba หรือ Tokyo Teleport

● เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น.

5. Pablo Cheese Tart

ถึงบ้านเราจะมีเข้ามาแล้วแต่รับรองว่าความฟินต่างกัน สำหรับชีสทาร์ตเนื้อเด้งดึ๋งนี้ คือกินที่เมืองไทยก็อร่อยแหละ แต่การได้กินที่ญี่ปุ่นอร่อยกว่า บรรยากาศได้กว่า บางเมนูที่เมืองไทยยังไม่มีด้วยได้ลิ้มรสก่อนคนอื่นๆ มันดีตรงนี้ ที่สำคัญราคาถูกกว่าที่เมืองไทยด้วยถึงจะไม่มากแต่ก็รู้สึกดีที่ได้กิน Plabo ในราคาที่ถูกลงแล้วไม่ต้องไปต่อแถวยาวๆ ด้วย โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 185 เยน หรือ 55 บาท

● ปักหมุด >> แผนที่

● สถานี  JR Shinjuku

● เปิดบริการทุกวัน 10.00-21.00 น.

จบเที่ยวญี่ปุ่นทริปนี้ได้น้ำหนักขึ้นแน่ๆ แต่หาได้แคร์ไม่ เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องกินให้สุดหยุดเรื่องการลดไขมันไปก่อน เพื่อนๆ ที่มีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเร็วๆ นี้ก็อย่าลืมตามไปลองชิมให้ครบทุกร้านด้วยนะ

ใครเห็นแล้วอยากตามรอย 5 ร้านอาหารเด็ดที่โตเกียว ยังไม่มีตั๋ว และที่พัก ก็ขอแนะนำ เช็คตั๋วเครื่องบิน และที่พัก ง่าย สะดวก มีส่วนลด ได้ที่ Traveloka มีบริการทั้งบนเว็บไซต์ และแอพพลิเคชัน ลองคลิกไปที่ www.traveloka.com/th-th/flight-to-japan หน้าจอตั๋วก็ไม่ยุ่งยาก เลือกจุดหมายปลายทาง วันเดินทาง จำนวนผู้โดยสาร และยังสามารถเลือกชั้นโดยสารได้อีกด้วย จะเป็นชั้นประหยัด หรือชั้นธุรกิจ ยังเฟิร์สคลาส ของที่ Traveloka ราคาเป็นตามหน้าเว็บเลย เห็นเท่าไหร่จ่ายแค่นั้นเลย รวมภาษี รวมค่าบริการ และค่าธรรมเนียมทุกอย่างแล้ว ไม่มีหมกเม็ด และใช้บัตรเครดิต ก็ไม่มีชาร์จเพิ่ม ส่วนใครสะดวกชำระด้วยการโอนเงิน หรือใช้อินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้ง ก็ได้เช่นกัน

ส่วนการจองที่พักกับ Traveloka ขั้นตอนการจองก็ง่ายเช่นกัน คลิกเข้าไปที่ ลิ้งค์นี้ เขาได้รวบรวมที่พักโตเกียวไว้ให้เลือกเพียบเลย ชอบสไตล์ไหนก็ลองกดเข้าไปดูได้ มีทั้งรูปภาพที่พักและรีวิวจากเพื่อนๆ ที่เคยไปพักมาแล้วให้เราได้ตัดสินใจก่อนจองด้วย เมื่อทำการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินเสร็จแล้วก็สบายใจ เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมตัวบินไปญี่ปุ่น ตามเราไปกิน 5 ร้านทีเด็ดที่โตเกียวได้เลย

จากแกงกะหรี่สำเร็จ มาเป็น แกงกะหรี่ปลาฉลามวาฬ ยิ้มสู้ 0 2

Family Mart ร้านสะดวกซื้อจากญี่ปุ่น เขามีแคมเปญ คิดเมนูให้สร้างสรรค์เมนูอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาว่า โดยโจทย์ก็มีว่า “#อย่าให้คำว่าสิ้นเดือนมาบงการเมนูอาหารของเรา” ( #EndMonthAtFamilyMart ) และใช้วัตถุดิบหลักจาก ร้าน Family Mart ฟังดูแล้ว น่าจะท้าทายดีเหมือนกัน ขอลองดูซักหน่อย ซึ่งลองทำออกมาเป็น เมนูชื่อ  แกงกะหรี่ปลาฉลามวาฬยิ้มสู้ (Wellness with Whale curry rice)

 

รู้จัก โอกินาว่า

โจทย์ก็คือ อาหารเมนูสไตล์โอกินาว่า ด้วยความที่ว่ายังไม่เคยไปเที่ยวที่นี่มาก่อนเลย ก็เลยต้องทำการบ้านซักหน่อย

คนโอกินาว่าทานอะไร ?

หลังจากลองสืบค้นข้อมูล และไถ่ถามจากเพื่อน ก็ได้ความว่า โอกินาว่า เป็นเกาะแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น อากาศค่อนข้างร้อนกว่า ภูมิภาคอื่นของประเทศญี่ปุ่น ด้วยอากาศนี่เอง ทำให้วิถีชีวิต และอาหารมีอะไรหลายอย่าง ที่ใกล้เคียงกับ เมืองไทยอยู่เหมือนกัน อย่างเช่น คนโอกินาว่า นิยมทานเนื้อหมู เนื้อวัว ไม่แพ้ปลา เพราะอากาศที่ร้อนกว่าแถบอื่น ทำให้การหาซีฟู้สด หรือการเก็บรักษาความสดของซีฟู้ดเป็นไปได้ยากกว่า ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มีเมนู หมูสามชั้นต้มพะโล้สไตล์จีน (RAFUTE) หรือ Okinawa Soba ก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่น ที่ใช้เส้นโซปะแทน เส้นราเม็ง และใส่หมูสามชั้น เป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ นอกจากนี้ ในโอกินาว่ายังมีผลไม้เมืองร้อน อย่าง มะม่วง,เสาวรส, มะละกอ และสัปปะรด อีกด้วย เรียกว่าอาหารการกินเขาก็คล้ายในเมืองไทยไม่ใช่เล่นเลยนะนี่

เกาะแห่งคนอายุยืน  100 ปี

คนโอกินาว่ายังขึ้นชื่อว่าเป็น แหล่งรวมคนที่มีอายุ 100 ปี มากที่สุดในโลก ส่วนหนึ่งนั้นมาจาก “อาหารที่กิน” นอกเหนือจาก กิจกรรมที่ทำ และความสัมพันธ์ที่มี (ลองอ่านต่อได้ที่นี่ว่าทำไมคนโอกินาว่าอายุยืน) อาหารพื้นบ้านของที่นี่ก็อย่างเช่น  Goya Champurur หรือมะระ มาผัดกับเต้าหู้และไข่ ซึ่งอย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า มะระนั้นมีสาร โฟลีฟีนอล และเต้าหู้มีสาร ไฟโตเอสโตรเจน ที่มีประโยชน์ ช่วยลดโรคหัวใจ มะเร็งต่างๆ ที่เป็นโรคร้ายในคนสูงวัยทั้งสิ้น และยังป้องกัน การเสื่อมสภาพของเซลล์เนื้อเยื่อ ที่นี่เขายังชอบทาน มันหวาน (ของที่นี่จะมีแบบมีม่วงด้วย) เป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งเรียกว่าแทบทานแทนข้าว มันหวานนี้อุดมไปด้วย โปแตสเซียม วิตามินซี ไฟเบอร์ แคโรทีน แม้จะเรียกว่า มันหวาน ก็มีระดับน้ำตาลที่ไม่สูง จึงไม่มีผลต่อน้ำตาลใน เลือด

รู้แล้วอาหารหลักๆ คนโอกินาว่า ทานอะไร แล้วที่เที่ยวหละ ?

ที่เที่ยวชื่อดังในโอกินาว่า

ปลาฉลามวาฬ พระเอกของ ซุราอุมิ อควาเรียมในโอกินาว่า

อควาเรียม “ซุราอุมิ” พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่อยู่บนเกาะโอกินาว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้ใหญ่แค่ระดับประเทศ แต่ใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วยขนาดตู้กระจกที่มีพื้นที่ถึง 7,500 ลูกบาศก์เมตร แน่นอนว่าที่นี่ สถานที่ท่องเที่ยวอันดับแรกที่คนคิดจะไปเที่ยว โอกินาว่า

ไฮไลท์ของ อควาเรี่ยมแห่งนี้ ก็คงหนีไม่พ้น ปลาฉลามวาฬ (shark whale) ที่มีขนาดตัวใหญ่มหึมา แหวกว่ายไปมา ให้ พร้อมกับฝูงปลา และสัตว์น้ำนับร้อยนับพัน

บุก Family Mart หาวัตถุดิบ

ได้ข้อมูลมาครบแล้ว ก็พอจะได้ไอเดียแล้วว่า คิดจะทำเมนู ที่ง่าย สะดวก แต่ต้องรักสุขภาพ จะได้มีชีวิตยืนยาวแบบคนโอกินาว่า ที่สำคัญทานแล้วต้องยิ้มออก 

พอเข้าไป Family Mart ก็พบว่าช่วงนี้เขามีออกเมนู “มันม่วง” ที่เป็นของดีเมืองโอกินาว่า มาตั้งหลายเมนู มิน่าถึงออกแคมเปญให้ทำเมนูอาหารโอกินาว่า)  ทั้งอาหารคาว ทั้งอาหารหวาน อย่างบัวลอยมันม่วง, มันม่วงน้ำขิง, แกงกะหรี่หมูทอดใส่มันม่วง, โรลมันม่วง และแซนวิซมันม่วง

ของคาวมีอย่างเดียว ก็หยิบมา แกงกะหรี่มาก่อนแล้วกัน เดินรอบร้าน ก็พบว่าที่นี่ดีอะ มีขายผักสดอย่าง หัวหอม, แครอท, มะเขือด้วย ไม่เหมือนที่อื่น เออ… หาของพื้นๆ มาทำข้าวได้แบบไม่ต้องไปซุปเปอร์เลยแฮะ

สรุปแล้วก็หยิบ ชีสแผ่น กับสลัดข้าวโพดกับถั่วมา กับสาหร่ายติดมือมาด้วย

เมนูสิ้นเดือนอย่าเพิ่งสิ้นใจ

โจทย์เขาตั้งมาว่า ให้เอาวัตถุดิบในร้าน มาครีเอทเป็น เมนูสไตล์โอกินาว่า และเป็นเมนูสำหรับสิ้นเดือน

สิ้นเดือนทีไรใครเป็นเหมือนผมบ้าง สิ้นเดือน เหมือนจะสิ้นใจ เพราะเหนื่อยมาทั้งเดือนแล้ว ก็อยากกินอะไรที่ “ดีต่อใจ” ใช่ไหมหละ ก็เลยนึกถึง Food art หรือศิลปะการแต่งข้าว ที่คนญี่ปุ่น เขาคิดประดิษฐ์ประดอย ออกมาน่ารัก เห็นแล้ว ยิ้มได้ ก็เลยว่า จะเอาข้าวแกงกะหรี่นี่แหละ มาทำเป็นรูปปลาฉลามวาฬ ที่เป็น เอกลักษณ์ของอควาเรียมเลื่องชื่อของ เกาะโอกินาว่า

สุดท้ายก็เลยได้มาเป็นเมนู “แกงกะหรี่วาฬยิ้มสู้” (Wellness by Whale curry) ที่ด้วยการดัดแปลงแกงกะหรี่สำเร็จรูปเดิมๆ แต่เพิ่มเติมชีวิตชีวา และและของดีมีประโยชน์เข้าไป  อยากทำออกมาเป็นกำลังใจให้กับคนทาน ให้ทานของดี อร่อย มีประโยชน์ เห็นจานนี้แล้วยิ้มออก มีแรงสู้ต่อไป แม้เจอเรื่องอะไรมาทำให้ท้อแท้ มาทั้งเดือน

แกงกะหรี่จานนี้ ได้แรงบันดาลใจจาก ปลาฉลามวาฬ ที่อยู่ใน อควาเรียม “ซุราอุมิ” ที่กำลังยิ้มทักทายเหล่านักท่องเที่ยว พร้อมกับฝูงปลา และสัตว์น้ำนับร้อยนับพัน นอกจากผักที่มีอยู่ในแกงกะหรี่อยู่แล้ว อย่างแครอท และมันม่วง ก็เสริมด้วยข้าวโพด และถั่ว โดยเอามาช่วยแต่งเป็นจุด ของตัวปลาวาฬ

และลืมไม่ได้กับ มะระ ที่เอามาแต่งเป็นคลื่นทะเล ที่เป็นของดี เคล็ดลับอายุยืนของคนโอกินาว่า อีกอย่างนอกจากมันม่วง น่าเสียดาย ที่หา สาหร่ายพวงองุ่นไม่ได้ เพราะนี่ก็เป็นหนึ่งของดีของโอกินาว่า เลยใช้ไข่กุ้งสีเขียว มาแต่งแทน ซึ่งทำเสร็จแล้วก็ได้ประมาณนี้ ใครอยากรู้วิธีทำ และวัตถุดอบก็ตามด้านล่างได้เลย บอกเลยว่าทำง่ายๆ ไม่ยากเลย เพราะหลักๆ เป็นของสำเร็จอยู่แล้ว แต่เสริมของดีๆ เข้าไป แต่ก็ไม่แพงอะไร

วัตถุดิบ

1. ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นมันม่วงหมูทงคัตสึ Fami
2. สาหร่าย เถ้าแก่น้อย
3. สลัดข้าวโพดหวาน และถั่ว คิวพี
4. ชีส Allowrie
5. ไข่กุ้งสีเขียว
6. มะระขี้นก

ข้อ 1 – 4 สามารถหาซื้อได้ที่ Family Mart ใครอยากได้เครื่องเพิ่ม Family Mart เขาจะมีผักสดขายด้วย อย่างเช่น มะเขือเทศ, หัวหอม, แครอท เอามาใส่เพิ่มคุณค่าทางอาหาร

ขั้นตอน

1. นำข้าวจาก “ข้าวแกงกระหรี่ญี่ปุ่นมันม่วงหมูทงคัตสึ” มาปั้นตามแบบ นั่นก็คือ ปลาฉลามวาฬ นั่นเอง

2. สาหร่ายซอง ไว้สำหรับทำเป็นปาก, ลูกตา ให้กับตัวปลาวาฬ และปลา
3. ใช้มีดปลายแหลมตัด ชีสแผ่น ให้เป็นรูปปลาตามชอบ แทนปลาต่างๆ ที่อยู่ในควาเรียม แช่ตู้เย็นไว้ก่อน เดี๋ยวชีสละลาย
4. เอาข้าวโพด จาก “สลัดข้าวโพดหวาน และถั่ว คิวพี” มาแต่งจุดตามตัวปลาฉลามวาฬ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ปลาชนิดนี้
5. แกงกระหรี่ที่ให้มาในกล่องนั้นน้อยไปหน่อย ก็เลยต้องทำเพิ่ม ผสมนมสด, ผงกระหรี่ และพริกปาปริก้าเพิ่ม เพื่อแทนน้ำทะเล ค่อยเทลงไปรอบๆ  ตัวปลา 6. หั่นมะระขี้นก เป็นแว่น เลาะเอาไส้ออก หั่นครึ่ง เพื่อทำเป็นคลื่นทะเล นำไปลวก ถ้ากลัวขม ทานสดได้ก็ดีมาก มีสรรพคุณทางยา โรยไข่กุ้งสีเขียว ลงไปตรงมะระ สื่อถึง ปะการัง และสาหร่ายทะเล (ใจจริง อยากใช้ “สาหร่ายพวงองุ่น” ซึ่งเป็นของอีกหนึ่งของดีเมือง โอกินาว่า มาใช้แต่งจาน แต่หาซื้อไม่ได้ ก็เลยประยุกต์เอา ไข่กุ้งเขียวมาแต่งจานแทน)

เกร็ด : คนที่เกาะโอกินาว่า ก็นิยมทาน มะระเช่นกัน เมนูดังคือ Goya Chanpuru หรือมะระผัดไข่รวม ซึ่งเป็นเมนูดังที่ควรลองชิมที่นู่น ใครไม่ชอบขม ก็ลองทานดู เห็นเขาบอกว่า มะระที่ญี่ปุ่น ไม่ขมอย่างที่คิดนะ

7. จัดวางผักที่อยู่ในข้าวแกงกระหรี่ มีแครอท และมันม่วง


8. หั่นหมูทอดลงไป วางถั่วจากสลัดคิวพี แต่งเสริม เพิ่มสีสัน ติดลูกตา ด้วยไข่ปลาแซลมอน

9. จัดวางเรียบร้อยแล้ว ก็นำเข้าไมโครเวฟสักครู่ ก็ได้ ข้าวแกงกระหรี่ปลาฉลามวาฬ แล้ว ชีสจะเริ่มละลายหน่อย ยืดนิดๆ เสริมความอร่อย ใครอยากเสริมโปรตีนเพิ่ม ก็ซื้อไข่ออนเซ็นมาตอกใส่เพิ่มได้

แค่นี้ก็เรียบร้อย ก็ได้ ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ที่ดูน่าทานขึ้นกว่า ข้าวแกงกะหรี่แกะจากกล่อง รับรองว่าคนใกล้ชิด หรือเด็กๆ ต้องชอบแน่ แถมเป็นแรงบันดาลใจ ให้เขาต่อยอดจินตนาการ

หมายเหตุ : สารภาพว่า กะขนาดจานผิด ก็เลยทำให้ ไม่ค่อยมีพื้นจัดจานเท่าไหร่เลย ถ้าจานใหญ่กว่านี้หน่อย ทำตัวปลา, เต่าทะเล, ปลากระเบน เพิ่มลงไป ก็จะได้ความรู้สึก ท้องทะเลมากขึ้น และเนื่องจากพื้นที่จานไม่พอ เลยไม่ได้ ตอกไข่ออนเซ็นลงไปเพิ่ม

เรียบร้อยแล้วกับ เมนู “แกงกะหรี่วาฬยิ้มสู้” วานละนะ สู้ต่อไป เจออะไรแย่ๆ ให้ท้อแท้ใจ ก็นึกถึงหน้า พี่วาฬยิ้ม เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป