Best Moments From the Last Week That People Shared on Instagram 0 486

Proin eu purus eget purus venenatis placerat volutpat vitae nulla. Duis vel tempus orci. Proin commodo aliquet diam, at tempor justo. Suspendisse sit amet aliquam nisi. Vestibulum a elit ipsum. Morbi interdum metus eget diam suscipit, nec commodo sapien scelerisque. Integer urna leo, auctor ac enim at, ornare mattis nunc. Morbi finibus risus ut libero tincidunt faucibus.

Nullam eget nibh nibh. Phasellus eleifend magna vitae neque maximus, consectetur luctus nibh vestibulum. Quisque ornare ipsum nec auctor congue. Nunc ac elementum nisl. Aliquam non lectus non leo facilisis faucibus nec non ligula. Vivamus suscipit turpis risus, a hendrerit nibh sodales id. Cras tincidunt, leo et vulputate ornare, nisi sapien blandit justo, in congue justo nulla non ex mauris ultrices gravida.

Dare to dream big

If this doesn't put a smile on your face I don't know what will. 😄

A post shared by ChrisBurkard (@chrisburkard) on

In vestibulum, odio et vestibulum pharetra, ex est viverra elit, ac imperdiet ipsum est porta arcu. Suspendisse augue turpis, rutrum sit amet sapien eget, semper ultricies elit. Donec interdum nibh condimentum ante blandit tempor. Vivamus fringilla placerat lectus in efficitur. Vivamus viverra, augue a placerat commodo, nisi ligula congue turpis, imperdiet tempor magna mauris eget metus. In euismod ac libero eu lacinia.

Donec eget ante accumsan diam elementum condimentum a vitae magna. Integer tristique vestibulum nunc, eget maximus tellus. Praesent vitae malesuada velit. Etiam dapibus dolor in ligula mattis, ut luctus eros pulvinar.

Previous ArticleNext Article
ชนเผ่าสุขนิยม ชอบตระเวณกินร้านอาหาร เที่ยวไปเรื่อย ลองหากิจกรรมทำได้ตลอด และชอบที่จะแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสมา

เทียบช่องรายการ Truevisions แพ็กเกจ Platinum เป็น Gold 0 1

ตั้งแต่ Truevisions เอาช่อง HBO ออก ก็คิดว่าจะเปลี่ยนจาก แพ็กเกจ Platinum ไปเป็น Gold ดีไหม แต่ก็ไม่รู้ว่า แพ็กเกจ Gold ขาดช่องอะไรไปบ้าง กลัวเดี๋ยวช่องที่คนที่บ้านดูประจำไม่มี ก็ซวยโดนด่า พอถามทรูวิชัน ก็บอกให้ไปดูหน้าเว็บ ซึ่งก็แสดงรายชื่อช่อง ทั้งหมด ของแต่ละแพ็กเกจ แต่ไม่ได้แยกให้ดูว่า แพ็กเกจนี้ มันมีอะไรเพิ่ม หรืออะไรหายไปบ้าง

หลังจากทิ้งไว้นาน วันนี้เลยไล่ตัวขี้เกียจ ลองมานั่งไล่เองเลยว่า ช่องอะไรหายไปบ้าง ก็สรุปได้ตามด้านล่างนี้ ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ แล้ว แพ็กเกจ Platinum ของ Truevisions ตอนนี้ขี้เหร่มาก (ถ้าไม่นับช่องบอล)  เพราะช่องที่แพ็กเกจ Gold ไม่มีนั้น ไม่ได้ดูก็ไม่รู้สึกอะไรเลย

ส่วนตัวคงเสียดายแค่ Sony Channel, BBC Life style, Life inspired นอกนั้นก็ไม่ได้ดูอยู่แล้ว ซึ่งประหยัดเงินไปได้ หลายร้อยทีเดียว แต่เหมือน Truevisions จะรู้ ก็เลยวางราคา สำหรับ บ้านที่ติดหลายจุด ให้แพ็กเกจ Gold ต่างกับ Platinum แค่ 100 กว่าบาทเอง คือแทบไม่แตกต่างกันเลยเรื่องราคา ถ้าดูหลายจุด

สรุปแล้ว แพ็กเกจ Platinum มันดูเหมือน แพ็กเกจ Gold ที่มีช่องแถม (แกมยัดเยียด) มากกว่า ทรูวิชัน ถ้าไม่มี HBO ก็น่าจะหาช่องเด็ด ๆ อย่างพวก Star, Fox, NatGeo People มาเพิ่มคงดูคุ้มค่ากว่านี้เยอะ

รายการช่อง Platinum ที่แพ็กเกจ Gold ไม่มี

ช่อง HD 111

135 Sony Channel HD
136 True Film HD 2
139 AMC Sundance Channel HD
148 Life Inspired HD
149 E! Entertainment HD
152 AMC HD
153 iConcerts
154 KMTV
177 Sport Illustrated
181 Outdoor Channel (HD)
182 Motor Vision

ช่องภาพยนตร์ และซีรีส์ 222

223 True Film HD 2
229 Sony Channel
230 AMC Sundance Channel
235 TVB
242 AMC
243 TMC
244 GEM

ช่องบันเทิง 333

341 Life Inspired HD
347 KMTV HD
348 iConcerts
350 E! Entertainment
353 BBC Life Style

ช่องเด็ก 444

448 Disney Junior
452 Nickelodeon

ช่องสารคดี ความรู้ 555

ครบเหมือนกันทุกช่อง

รายการกีฬา 666

671 Motor Vision HD
672 Sport Illustrated
673 Outdoor Channel (HD)
676 beIn Sports 1
677 beIn Sports 2
678 beIn Sports 3
687 Motor Vision

ช่องข่าว 777

ครบเท่ากันทุกช่อง

เมื่อ Major Cineplex คิดจะทำบัตร Movie Pass ดูหนังไม่อั๋น สูตรเดียวกับเมืองนอก มันจะเวิร์คไหม? 0 1

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ใครเป็นสมาชิก M-Gen (ระบบสมาชิกสะสมแต้มของเครือโรงหนังเมเจอร์) คงได้รับอีเมล สอบถามความคิดเห็นกับ บัตร Movie Pass บัตรสำหรับไว้ดูหนังไม่อั้น โดยจ่ายเป็นรายเดือนกันไปแล้ว โดยแนวคิดนี้ เมเจอร์ไม่ได้คิดเอง แม้เมืองไทยจะเป็นเจ้าพ่อบุฟเฟ่ต์ในทุกสิ่ง แต่ MoviePass นำรูปแบบมาจากต่างประเทศ โดยคนร่วมก่อตั้ง Netflix ที่เพิ่งเปิดบริการรูปแบบนี้ไม่นาน แต่ก็เรียกว่าเมเจอร์เป็นเสือปืนไวจริงๆ SF Cinema ยังไม่ขยับอะไรในเรื่องนี้

จุดกำเนิด Movie Pass บัตรดูหนังสไตล์บุฟเฟ่ต์

บัตร MoviePass บัตรดูหนังไม่อั้นไม่จำกัดจำนวนเรื่อง โดยเหมาจ่ายเป็นรายเดือน รูปแบบนี้ฟังดูแล้วก็จะคุ้นๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบดูหนัง ดูซีรีย์ ออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือ และแท็บเล็ต เพราะมันช่างคล้ายกับบริการ Netflix ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะคนคิด MoviePass นั้นไม่ใช่อื่นคือ Mitch Lowe ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix และเป็นอดีตประธานบริษัท Redbox (บริการเช่าหนังแผ่น DVD Blu-ray ผ่านตู้อัตโนมัติ)

Lowe ไม่ได้เป็นคนคิดบัตรสไตล์ดูหนังไม่อั้น เป็นคนแรก บัตรแบบนี้ มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2011 แต่ราคามันไม่ดึงดูด และมีข้อจำกัด อย่างดูได้เพียง 2 เรื่องต่อเดือน ก็เลยไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก Lowe ทราบจุดนี้ด้วยประสบการณ์จาก Netflix เขาจึงตั้งราคา Movie Pass ไว้ราคาที่ทุกคนอยากจะคว้าไว้ นั่นก็คือ $9.99 ต่อเดือน หรือประมาณ 350 บาทต่อเดือน และดูได้ไม่จำกัดจำนวน ซึ่งถือว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับราคาตั๋วหนังในสหรัฐ ที่เฉลี่ยอยู่ที่ $8 – $9 นั่นก็คือ ถ้าดูหนังสักเรื่องในเดือนนั้น ก็ถือว่าเท่าทุนแล้วนั้นเอง

โมเดลธุรกิจนี้ ดูไปแล้วก็ไม่ต่างกับบริการสมาชิก Netflix ที่เปิดให้ดูหนังไม่อั้น ด้วยการจ่ายราคาเหมา แต่ย้ายจากหน้าจอมือถือ แท็บเล็ตมาเป็น โรงหนัง ซึ่งด้วยราคานี้ก็หาสมาชิกให้ได้เป็นจำนวนมาก ไม่เช่นนั้นก็ขาดทุนเอาง่าย ๆ เพราะทาง MoviePass จ่ายค่าตั๋วราคาเต็มให้กับทางโรงหนัง แต่ในช่วงแรกก็มีได้รับเสียงตอบรับที่ดีจาก นักดูหนัง แต่ก็มีข่าวที่สั่นคลอนอยู่บ้าง อย่างโรงหนัง AMC ที่เป็นเชนโรงหนังที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ก็ออกมาประกาศว่า จะถอนตัวจาก MoviePass ในอนาคต และ AMC มองว่า รูปแบบการจ่ายเงินตีตั๋วเข้าโรงหนังแบบเหมาๆ นี้ไม่ยั่งยืน

ธุรกิจนี้จะไปรอดหรือเปล่าก็คงต้องดูกันอีกสักพัก เพราะบริการนี้ก็เพิ่งเปิดให้บริการต้นเดือนนี้เอง

รูปแบบบัตร Movie Pass

Movie Pass

  • ไม่จำกัดจำนวนเรื่อง ดูได้ทุกวัน แต่ในหนึ่งวันดูได้เพียง 1 เรื่อง
  • ครอบคลุมกว่า 90% ของโรงหนังทั้หงมดในสหรัฐ ไม่แบ่งค่าย
  • เฉพาะหนังในโรงปกติ ไม่รวม 3 มิติ, IMAX, 4DX
  • จองตั๋วได้ง่ายผ่าน แอพพลิเคชั่นผ่านมือถือ แล้วก็เป็น e-ticket เข้าดูหนังได้เลย

เมื่อ Movie Pass มาเมืองไทย

ตอนนี้เท่าที่ทราบ บัตร Movie Pass อาจจะมาไทย โดย Major Cineplex ซึ่งยั่งเชิง ด้วยการส่งอีเมลไปยังสมาชิก M-Gen ซึ่งเป็นฐานสมาชิกนักดูหนังตัวยงของเมเจอร์อยู่แล้ว เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับ MoviePass ที่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนมากนัก แต่จากข้อมูล ในแบบสอบถามนั้น เมเจอร์น่าแบ่งสมาชิก เป็น 3 ราคา ตามราคาตั๋วของโรงหนัง คือ 200 บาท สำหรับโรงหนังในบิ๊กซี โลตัส ในต่างจังหวัด 400 บาท สำหรับโรงหนังตามห้างในกทม และโรงหนังชั้นดีในต่างจังหวัด 500 บาท สำหรับโรงหนังพรีเมี่ยมในตัวเมืองอย่างเช่น พารากอนซิเนเพล็กซ์, ควอเทียร์ซิเนอาร์ท เป็นต้น

ความแตกต่างของ Movie Pass นอก และไทย

เนื่องจากรายละเอียด ของ MoviePass ในไทย ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่พอจะรวบรวมได้คร่าวๆ ซึ่งอาจจะมีเปลี่ยนแปลงก็ได้ ก็จะมีดังนี้

1. จำกัดอยู่เฉพาะเครือโรงหนัง

เนื่องจาก บัตร MoviePass ไม่ได้ออกโดย ตัวแทนอิสระ แต่มาจากทางค่ายโรงหนัง ดังนั้นจะต้องจำกัดในเครือ เรียกว่าครอบคลุม ต่างจากของเมืองนอก ที่บริหารจัดการโดย บริษัทอิสระ จึงมีครอบคลุมโรงหนังในสหรัฐ เกือบทั้งประเทศ

2. มีหลากหลายราคา

รูปแบบ MoviePass ของ ​Major นั้นมีแนวคิดจะแบ่งตามเกรดโรงหนัง ที่โฟกัสไปที่ค่าตั๋ว ดังนั้นความสะดวกในการเลือกชมโรงหนัง ก็ลดน้อยลงไปอีก นอกจากต้องอิงตามเครือโรงหนังแล้ว

  • 500 บาท สำหรับโรงหนังพรีเมี่ยม
  • 400 บาทสำหรับโรงหนังในห้าง (กทม)
  • 300 บาทสำหรับโรงหนังต่างจังหวัดชั้นดี
  • 200 บาท สำหรับโรงหนังในบิ๊กซี โลตัส (ในต่างจังหวัด)

3. ราคาไม่ถูกนัก

ราคา MoviePass ในสหรัฐนั้น ใช้ราคาเฉลี่ยของโรงหนังทั้งประเทศ คือ $9 (300 กว่าบาท) ซึ่งบัตรที่แพงที่สุดของไทย แพง ที่ราคา 500 บาท ($15) แพงกว่าของอเมริกาซะอีก ถ้าต้องการจะดูครอบคลุมทุกโรงในเครือเมเจอร์

4. คิดเป็นรายปี

รูปแบบสมาชิกไม่ได้เป็นรายเดือน แต่เป็นรายปี โดยคำนวนราคาให้เห็นเป็นต่อเดือน แต่ก็น่าจะมีทางเลือก คือแบ่งผ่อนชำระกับบัตรเครดิต ดังนั้นเลือกซื้อแล้ว ถ้าเกิดไม่พอใจบริการ หรือเกิดต้องเปลี่ยนแปลงที่อยู่กระทันหัน ก็ต้องมีปวดหัวแน่นอน

5. ออกโดยเมเจอร์

เครือเมเจอร์ เอาตรงๆ ขึ้นชื่อเรื่องความเยอะสิ่ง ข้อแม้ยุบยับ คงต้องดูกันอีกทีว่า เมเจอร์ จริงใจแค่ไหนในการออกบัตร สำหรับคนรักหนัง จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ดูได้ทุกวันไหม? เสาร์อาทิตย์ดูได้หรือเปล่า? หนังใหม่ชนโรงก็ดูได้ไหม? มีโควต้าต่อวัน ต่อโรงหรือเปล่า?

6. ส่วนลดค่าตั๋วในไทยมีทางเลือกมากมาย

ปัจจุบันนี้ คนดูหนัง ประจำ ก็มักจะใช้ส่วนลดพิเศษจาก ค่ายหนัง, บัตรเครดิต, ค่ายมือถือ, ประกัน กันอยู่แล้ว ซึ่งก็ลดค่าตั๋ว เหลือประมาณ 80 – 120 บาท ซึ่งคำนวนแล้ว ก็จะราคาพอๆ กับหนัง MoviePass แต่ข้อดีคือ เดือนไหนดูน้อยก็จ่ายน้อยลงได้ และจะเลือกดูโรงเครือไหนก็ได้

บัตร Movie Pass ของ Major จะขายใคร?

จาก ผลสำรวจจากแบบสอบถาม ที่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิก M-Gen กว่า 10,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย 52% อยู่ในช่วงอายุ 23 – 39 ปี และเป็นนักดูหนัง ดูหนัง 21 เรื่องขึ้นไปต่อปี (ตกเดือนละประมาณ 2 เรื่องต่อเดือน) ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ กลุ่มลูกค้า แยกเป็นโรง 3 ประเภท ที่มีสัดส่วนไม่ต่างกันมากนัก

  • กลุ่มแรก กลุ่มโรงพรีเมี่ยม (พารากอน ซีนีเพล็กซ์, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต, เมกา ซีนีเพล็กซ์, พรอมานาด ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ เอกมัย)
  • กลุ่มโรงหนังแสตนอโลนด์ (เมเจอร์ รัชโยธิน, เมเจอร์ รังสิต, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, เอสพลานาด รัชดา, เอสพลานาด แคราย)
  • กลุ่มโรงหนังในห้าง (เซ็นทรัล ฟิวเจอร์พาร์ค แฟชั่นไอส์แลนด์ ซีคอน)
  • และยังมีกลุ่มโรงหนังในซุปเปอร์ โลตัส และ บิ๊กซี ที่มีอัตราส่วนเพียง 9%

ส่วนความสนใจนั้น ก็สนใจ 40% ถือว่าเกือบครึ่ง และยังไม่แน่ใจ อีก 30% ไม่สนใจ 20% เท่านั้น ถึงแม้บัตรจะแพงถึง 500 บาทต่อเดือน หรือ 6,000 บาทต่อปี ก็ตาม ส่วนใหญ่อยากจะผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน ผ่านบัตรเครดิต หรือหักบัญชีธนาคาร

ส่วนสาเหตุที่ไม่สนใจ MoviePass กว่าครึ่งคือ ราคาบัตรแพงเกินไป และตามด้วยต้องผูกมัดเป็นรายปี และไม่ได้ดูหนังบ่อยขนาดนั้น และมีกลุ่มที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนดู IMAX และ 4DX ที่ไม่ดูหนังปกติอยู่แล้ว ที่มีถึง18%

ผลกระทบที่อาจจะตามมา

ถ้าบัตรดูแบบเหมาจ่าย ออกมาจริงๆ โรงหนัง IMAX และ 4DX คงต้องประชาสัมพันธ์ให้หนักขึ้น เพราะใครที่ซื้อบัตรแบบนี้ไป ก็คงเลือกดูแบบ โรงปกติก่อนเป็นอันดับแรก  และคงเป็นสงครามแบ่งเครือโรงหนัง ชัดเจนมากขึ้นไปอีกระหว่าง Major และ SF เพราะบัตรคงผูกติดกับเครือโรงหนัง ซึ่ง SF มีจำนวนโรงน้อยกว่า และไม่ได้กระจายทั่วประเทศแบบ Major มองแง่ดีคือ หนังนอกกระแส หนังอินดี้ ก็อาจจะได้รายได้มากขึ้น จำนวนคนดูมากขึ้น เพราะจะมีส่วนหนึ่งที่อยากใช้บัตรให้คุ้มดูมันทุกเรื่อง และตัดสินใจดูง่ายขึ้น เพราะไม่ได้เสียเงินเพิ่มเติม ส่วนสิทธิพิเศษของค่ายมือถือ ก็จะง่อยไปทันที พวกส่วนลดค่าตั๋วหนังครึ่งราคา จาก true, dtac, ais ก็จะดูไม่น่าสนใจอะไรมาก แต่ค่ายมือถือ ก็อาจจะเปลี่ยนมาเป็นส่วนลดค่าบัตร MoviePass แทนก็ได้